วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2563

Toyota Camry Brochure แคตตาล็อกรถโตโยต้าแคมรี่ปี 2020

ดูโบรชัวร์รถ Toyota Camry 2020 ออนไลน์

แคตตาล็อกรถโตโยต้า Toyota Camry 2020 Brochure
แคตตาล็อกรถโตโยต้าแคมรี่
ปี 2020 view Toyota Camry Brochure here

- Camry 2.5 HV Premium

- Camry 2.5 HV

- Camry 2.5 G

- Camry 2.0 G

https://www.toyota.co.th/model/camry/download

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

17 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์

17 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ Harddisk

ความเชื่อที่ 1 การฟอร์แมต HDD บ่อยๆ อาจทำให้อายุการใช้งานของ HDD สั้นลง
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมต HDD ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของ HDD แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หลายๆ คนจะคิดว่ามีส่วนทำให้อายุการใช้งานสั้นลง แต่จริงๆ แล้ว เป็นความเชื่อที่ผิดๆ เท่านั้น การฟอร์แมต HDD
ไม่ถือเป็นการทำงานที่จะ ทำให้ HDD ต้องแบกรับภาระหนัก หัวอ่านของ HDD จะไม่มีการสัมผัสกับแผ่นจานข้อมูลแต่อย่างใด (Platter) ระหว่างการฟอร์แมต สรุปแล้วก็คือ เราสามารถฟอร์แมต HDD 30 ครั้งต่อวัน ทุกวันเลยก็ได้อายุ
การใช้งานมันก็จะไม่ต่างจากจาก HDD อื่นๆ เลย

ความเชื่อที่ 2 การฟอร์แมต HDD จะทำให้มีข้อมูล วางซ้อนเพิ่มบนแผ่นดิสก์ ซึ่งมีผลทำให้เกิด bad sector ได้
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมตจะไม่ทำให้เกิดข้อมูล หรืออะไรทั้งนั้นที่แผ่น HDD เนื่องจาก HDD เป็นระบบปิด ดั้งนั้นฝุ่นหรือปฏิกรณ์ยากที่จะเข้าไปยังดิสก์ได้ และแม้จะมีฝุ่นก็ตามแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝุ่นจะต้องมากับการฟอร์แมต

ความเชื่อที่ 3 การฟอร์แมต HDD จะมีความเค้นต่อเข็มหัวอ่าน (head actuator) สูง
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมตมีการอ่านในแต่ละเซ็กเตอร์อย่างต่อเนื่อง และเป็นลำดับชั้น เช่น เซ็กเตอร์ที่ 500 เซ็กเตอร์ที่ 501 เซ็กเตอร์ที่ 502 และต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ทำให้มีการเคลื่อนตัวของเข็มหัวอ่านน้อยมาก ดังนั้น ข้อเท็จจริงของ
ความเชื่อนี้ก็คือ การฟอร์แมตจะไม่มีความเค้นสูงต่อเข็มหัวอ่าน HDD

ความเชื่อที่ 4 การดีแฟรกเมนต์ (defragmenting) HDD จะมีความเค้นที่หัวอ่านสูง
ข้อ เท็จจริง : ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องจริง เพราะการดีแฟรกเมนต์ต้องอาศัยการควานหาตำแหน่งของเซ็ก เตอร์อย่างสูง เนื่องจากการดีแฟรกเมนต์ก็คือการจัดระเบียบเซ็กเตอร์ ต่างๆ เพื่อไม่ให้หัวอ่านต้องทำงานหนักเวลาที่ใช้หาข้อมูลในการใช้
งานจริง ดังนั้น แม้ในกระบวนการดีแฟร็กเมนต์ จะทำให้เข็มหัวอ่านมีความเค้นสูงก็ตาม แต่หลังจากที่ได้ทำการดีแฟรกเมนต์แล้ว เข็มหัวอ่านก็ไม่ต้องทำงานหนัก เหมือนก่อนที่จะทำการดีแฟรกเมนต์ เพราะจะหาเซ็กเตอร์ได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น

ความเชื่อที่ 5 ถ้า HDD ของคุณมี bad sector อยู่แล้ว การฟอร์แมต HDD จะยิ่งทำให้ เกิดเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้น
ข้อ เท็จจริง : ถ้า HDD ของคุณมีเซ็กเตอร์เสียอยู่แล้ว แน่นอนว่าเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ จะต้องพบเซ็กเตอร์เสียเพื่มขึ้นเรื่อยๆ การฟอร์แมตแล้วเห็นเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้นนั้น สาเหตุไม่ได้เป็นเพราะการฟอร์แมต เพียงแต่ว่าการฟอร์แมตจะทำให้
เราได้พบ เห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นนั่นเอง เพราะยูทิลิตี้สำหรับทำการฟอร์แมตนั้น จะสแกนและตรวจสอบ HDD ด้วย ทำให้พบเห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

ความเชื่อที่ 6 การดาวน์โหลดโปรแกรมและไฟล์ต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก จะทำให้ อายุการใช้งานของ HDD สั้นลง
ข้อ เท็จจริง : การดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตไม่ทำให้อายุการใช้งานของ HDD ลดน้อยลงไป HDD จะมีการหมุนอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีการดาวน์โหลดไฟล์ หรือว่าไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม ดังนี้โอกาสที่จะเสียขณะทำการดาวน์โหลด กับขณะ
ที่เปิดคอมพิวเตอร์ไว้เฉยๆ ก็มีเท่ากัน อายุการใช้งานท่าเดิม

ความเชื่อที่ 7 พลังงาน (กระแสไฟ) ที่ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย
ข้อ เท็จจริง : กระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ กับกระแสไฟฟ้าถูกตัดทันทีทันใด จะไม่ก่อให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย เพราะในช่วงที่กระแสไฟไม่เพียงพอ หรือมีการตัดกระแสไฟนั้น เข็มหัวอ่านจะพักตัวโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เกิดความ เสี่ยงต่อแผ่นดิสก์
ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะมีการสร้างเซ็กเตอร์เสียได้ ที่เสียหายก็อาจเป็นความเสียหายของ OS มากกว่า

ความ เชื่อที่ 8 ระบบกำลังไฟ หรือระบบสำรองไฟที่มีราคาถูก และไม่มีคุณภาพ อาจจะบั่นทอน อายุการใช้งานของ HDD เรื่อย ๆ และทำให้ HDD ตายลงอย่างช้า ๆ
ข้อ เท็จจริง : ระบบกำลังไฟหรือระบบสำรองไฟที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน จะไม่ทำให้ HDD ตายลงอย่างช้าๆ แต่หากระบบไม่สามารถควบคุมกระแสไฟได้ จนทำให้กระแสไฟฟ้าปริมาณมากไหลทะลักสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ อาจทำให้ HDD
ตาย ในทันที ไม่ใช่ตายลงอย่างช้า ๆ แต่ถ้าไม่สามารถให้กระแสไฟเพียงพอแก่การทำงานได้ ดิสก์ก็แค่ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรืออาจไม่ทำงานเลย แต่ HDD จะไม่ตาย แต่ OS อาจตายหรือพิการ

ความ เชื่อที่ 9 ถ้า HDD มีการหมุนความเร็วของดิสก์แบบขึ้นๆ ลงๆ นั่นเป็นเพราะว่าระบบสำรองไฟในบางครั้งสามารถส่งกระแสไฟที่พอสำหรับการทำงาน ได้ มันจึงหมุนเร็วขึ้น แต่เมื่อมันไม่สามารถให้กระแสไฟที่เพียงพอได้ มันจึง หมุนช้าลง
ข้อเท็จจริง : ในกรณีที่กำลังไฟตกฮวบ มันจะทำให้ระบบทั้งหมดถูกตัดไฟ ชะงักการทำงาน และจะทำให้เครื่องแฮงก์ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีการหมุนของ HDD ให้เห็นอย่างแน่นอน การหมุนเร็วขึ้นหมุนลดลงของ HDD นั้น เป็นปกติที่จะทำการ
วัดขนาดของดิสก์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมในการใช้งานแต่ละครั้ง

ความเชื่อที่ 10 เสียงคลิกที่ได้ยินจาก HDD เกิดจากการพักการทำงานของหัวอ่าน
ข้อ เท็จจริง : เสียงคลิกที่ได้ยินจากการทำงานของ HDD อาจเป็นได้ทั้งเสียงการเตรียมพร้อมที่จะเขียนข้อมูล (เหมือนอย่างในความเชื่อที่ 9) หรืออาจเป็นเสียงการสะดุดของหัวอ่านบนแผ่น HDD

ความเชื่อที่ 11 เข็มหัวอ่านใช้มอเตอร์ในการทำงาน ซึ่งการทำงานของมอเตอร์นี้ อาจล้มได้หากมีการใช้งานมากเกินไป
ข้อ เท็จจริง : เข็มหัวอ่านในปัจจุบัน ไม่มีการใช้มอเตอร์ในการทำงานแต่อย่างใด ดังนั้นก็ไม่มีมอเตอร์ที่จะล้มเหลว เมื่อมีการใช้งานมากเกินไป สมัยก่อนนั้น เข็มหัวอ่านเคยใช้มอเตอร์เดินไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แต่ปัจจุบัน เข็มหัวอ่านใช้ระบบ
Voice Call Mechanism ซึ่งก็คือการใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าในการเคลื่อนหัวอ่านไปตามตำแหน่งที่ต้องการ

ความเชื่อที่ 12 การจอดพักของหัวอ่าน ทำให้มอเตอร์เข็มหัวอ่านเสื่อมเร็ว
ข้อ เท็จจริง : ก็เหมือนกับความเชื่อข้อที่ 11 นั่นคือไม่มีมอเตอร์ นอกจากนี้การจอดพักการทำงานของหัวอ่าน HDD นั้นจะมีขึ้นโดยอัตโนมัติในกรณีที่กระแสไฟถูกตัด หรือ HDD หยุดการทำงาน ดังนั้นการจอดพักนี้ ไม่ใช่กระบวนการที่มีการทำงาน
บ่อย หรือที่มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง เข็มหัวอ่านจะมีสปริงคอยควบคุมตำแหน่งของมัน เมื่อมีกระแสไฟเข็มหัวอ่านก็จะอยู่ในตำแหน่งที่มีการ ต้านแรงของสปริง และเมื่อไม่มีกระแสไฟ เข็มหัวอ่านก็จะถูกดันให้อยู่ในตำแหน่งจอดพัก ดังนั้น แม้ว่า
เข็มหัวอ่านจะมีมอเตอร์ลี้ลับนี้จริง การจอดพักของเข็มหัวอ่านก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้มอเตอร์ดังว่ามี อาการเสื่อมแต่อย่างใด

ความเชื่อที่ 13 ดิสก์จะมีการหมุนเร็วขึ้นเวลาที่มีการอ่านหรือเขียนข้อมูลเท่านั้น แต่จะหมุนลดลงเมื่อ HDD ไม่มีกิจกรรม (idle)
ข้อ เท็จจริง : แผ่นดิสก์ภายใน HDD หรือที่เรียกว่า platter นั้นมีการหมุนในความเร็วระดับเดียวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการ อ่าน เขียน หรือ พัก (idle) ยกเว้นแต่เจ้าของเครื่องใช้คำสั่งให้มีการหมุนลดลงใน ช่วง idle เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน

ความเชื่อที่ 14 การหมุนลดลงจะทำให้ลดความเค้นที่มอเตอร์ขับเคลื่อนแผ่นดิสก์ได้
ข้อ เท็จจริง : โดยปกติแล้วแผ่นดิสก์จะเริ่มหมุนตอนเครื่อง Startup และจะหมุนอยู่อย่างนั้นจน shutdown ในช่วงที่มีการหมุนอยู่นั้น ถือเป็นช่วงที่มีความเค้นสูงสุดต่อตัวมอเตอร์แล้วส่วนการรักษาความเร็วของ การหมุนให้คงที่นั้น จะใช้กำลังน้อยลงมา
หากมีการใช้คำสั่งให้แผ่นดิสก์ หมุนลดลงในช่วง Idle นั้น ทุกครั้งที่มีการเขียน หรืออ่านไฟล์ใด ๆ ก็จะต้องมีการหมุนเพื่อให้เร็วขึ้นเพื่อให้ได้ความเร็วปกติ ก่อนที่จะอ่านหรือเขียนได้ ดังนั้น ควรที่จะให้ดิสก์มีการหมุนที่ความเร็วคงที่ตลอด เพื่อลดความเค้น
ที่ตัวมอเตอร์

ความเชื่อที่ 15 การตัดกระแสไฟอย่างทันทีทันใดอาจทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย
ข้อ เท็จจริง : เซ็กเตอร์เสีย หรือ bad sector นั้น ไม่ได้เกิดจากการปิดหรือการดับเครื่องอย่างทันทีทันใด แต่เมื่อสมัยก่อนนานมาแล้ว ก่อนปิดเครื่องทุกครั้ง ผู้ใช้จะต้องพักจอดหัวอ่าน HDD ก่อนที่จะสามารถปิดเครื่องได้ แต่ปัจจุบัน ระบบหัวอ่านแบบ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะทำการจอดพักตัวเองโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าถูกตัดจากระบบ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เกิดความเสี่ยงว่าจะเกิด bad sector จากกรณีการตัดกระแสไฟ

ความเชื่อที่ 16 เซ็กเตอร์เสียบางอัน เป็นเซ็กเตอร์เสียแบบเวอร์ชัวล์ (Visual) (คือเป็นที่ซอฟต์แวร์ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์) และสามารถแก้ไขได้โดยการทำฟอร์แมต HDD
ข้อเท็จจริง : เซ็กเตอร์เสียแบบเวอร์ชัวล์ (Visual) ไม่มีอยู่จริง เซ็กเตอร์ที่เสียนั้น คือเซ็กเตอร์(หรือช่องอันเป็นส่วนหนึ่งของดิสก์สำหรับการเก็บข้อมูล) ที่ไม่สามารถทำการอ่านหรือเขียนได้ เนื่องจากมีการเสียหายทางกายภาพ เช่น ถูกทำลาย หรือการ
เสื่อมลง ดังนั้นจึงไม่สามารถซ่อมแซมด้วยกระบวนการทางด้านซอฟต์แวร์ได้

ความเชื่อที่ 17 เซ็กเตอร์เสีย สามารถถูกลบได้โดยการฟอร์แมต HDD
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมตในระดับต่ำ จะสามารถทดแทนเซ็กเตอร์เสียด้วยเซ็กเตอร์ดีได้ โดยอาศัยพื้นที่ว่างสำรองบน HDD อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ HDD ก็จะลดลงเนื่องจากหัวอ่านจะต้องทำการค้นหาพื้นที่สำรองบน HDD ด้วย อีกทั้งพื้นที่
สำรองบน HDD นั้นมีจำนวนจำกัด สรุปแล้ว bad sector ก็คือ สัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องบางอย่างของ HDD แม้ bad sector นั้นจะเกิดจากการชนของหัวอ่าน (crash) เพียงครั้งเดียว แต่ซากที่เหลือจากการชนครั้งนั้น
รวมทั้งหัวอ่านที่อาจได้รับความเสีย หาย อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อไปในอนาคตได้ เช่น อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนแผ่นดิสก์เพิ่มมากขึ้น หรืออาจทำให้ความเร็วในการหมุน หรือการอ่านลดลง ดังนั้นถ้ามีข้อมูลที่สำคัญที่ต้องการเก็บรักษาไว้อย่าง
มั่นคง ควรหัดทำการแบ็คอัพข้อมูล และเปลี่ยน HDD เมื่อพบว่ามีปัญหาบางอย่าง เช่น การค้นพบ bad sector เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่า HDD จะสามารถทำงานได้ต่อไป และนานๆครั้งจะพบว่าเกิด bad sector เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณบอกว่า HDD
ของคุณมันใกล้ตายแล้วครับ

Credit : Quick PC ฉบับที่ 166

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการทำก๋วยเตี๋ยวแห้งให้อร่อย

คัดลอกจาก http://pantip.com/topic/32502289

วันนี้เห็นมีน้องใน facebook คนนึงบ่นเรื่องก๋วยเตี๋ยวแห้งที่เกาะกันเป็นก้อน หาความน่ากินไม่ได้เลย ก็นึกถึงเคล็ดลับการลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวแห้ง โดยเฉพาะเส้นบะหมี่เนี่ย ถ้าจะให้อร่อย ต้องคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวที่มีน้ำมันหมูเป็นองค์ประกอบ และจะต้องใส่กากหมูเพื่อที่จะเพิ่มความฟินในการกินให้สุดๆไปเลย

จริงๆแล้วเคล็ดลับในการลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวในการทำก๋วยเตี๋ยวแห้งให้อร่อยและ ไม่เกาะตัวเป็นก้อนแป้งที่แสนแหยะนั้น ทำได้โดยคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวที่ใช้น้ำมันหมูโดยใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และมีผิวสัมผัสที่กรุบๆของกากหมูเจียวช่วยชูรสชาติเพิ่มขึ้นไปอีก...

ปกติไขมันอิ่มตัวจากไขสัตว์ซึ่งมักจะเป็น C18 หรือ Stearic acid derivative หรือน้ำมันปาล์มซึ่งมักจะเป็น C16 หรือ Palmitic acid derivative

ซึ่งก็อีกนั้นแหละ เนื่องด้วย C18 จะมีความยาวสายโซ่โมเลกุลที่มากกว่า ก็จะทำให้เกิดผลึกได้ง่าย C16 ของน้ำมันปาล์ม

ซึ่งไขมันอิ่มตัวเหล่านี้จะสามารถคลุกเส้นได้ดีกว่าการใช้ไขมันไม่อิ่มตัว (จากน้ำมันพืชส่วนใหญ่) โดยลักษณะทางโครงสร้างเคมีอยู่แล้ว

เนื่องจากไขมันที่อิ่มตัวสามารถที่จะฟอร์มผลึกแทรกในน้ำมัน โดยที่สภาวะอุณหภูมิสูงกว่าจุดหลอมเหลว ก็จะทำให้ผลึกไขมันหลอมละลายได้ และกลับตกผลึกได้อีกเมื่ออุณหภูมิลดลง ซึ่งผลึกนี้มีความสามารถในการเลื่อนไถลได้ดี จึงสามารถทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ถูกเคลือบนั้นมีสัมผัสที่ลื่นไถลได้ดี ป้องกันไม่ให้เส้นก๋วยเตี๋ยวเกาะเป็นก้อนแป้ง

ต่างจากไขมันที่ไม่อิ่มตัวที่จะไร้ผลึก และมีความสามารถในการไหลลงไปกองที่ก้นถ้วยอย่างไร้ความน่ากิน จึงทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้น้ำมันพืชอื่นๆเวลาคลุกกับเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้ว จึงมักจะได้เส้นแหยะเละและรวมตัวกันเป็นก้อน

แต่อย่างไรก็ตามไขสัตว์จะก่อผลึกที่ลื่นไถลได้ดีกว่าไขที่ได้จากน้ำมันปาล์ม (ถึงแม้จะเป็นไขมันที่อิ่มตัวเช่นกัน) จึงทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่คลุกด้วยน้ำมันหมูหรือไขวัวจึงให้สัมผัสเส้นที่ ฟูฟ่องกว่าการใช้น้ำมันปาล์ม

นอกจากนั้นการเติมเกลือเล็กน้อยในขณะที่ทำการเจียวไขสัตว์ก็จะทำให้มีอนุภาค ของเกลือมีการกระจายตัวเคลือบผิวแป้งในก๋วยเตี๋ยวและทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวมี การคายน้ำออกมามากกว่า จึงทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่คลุกนั้นมีความเหนียวมากกว่าการไม่ใช้เกลือในการ เจียวไขสัตว์ อีกทั้งทำให้เกิดรสชาติเค็มปะแล่มนิดๆช่วยชูรสชาติได้เป็นอย่างดี

แต่การใช้ไขมันอิ่มตัวที่เจียวจากไขสัตว์ใส่เกลือเล็กน้อยในการคลุกเส้น ก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ลวกเหนียว นุ่ม เด้ง อร่อยเท่านั้น...

เทคนิคในการเลือกอุณหภูมิที่ลวกเส้นก็เป็นอีกเทคนิคที่สำคัญที่จะทำให้ผิวสัมผัสของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่จะทำเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งให้อร่อย..

วิธีการลวก ก็ควรที่จะลวกในน้ำเดือดจัดในระยะเวลาเป็นอันสั้น เพื่อทำให้เม็ดแป้งที่อยู่ในเส้นก๋วยเตี๋ยวเกิดการพองตัวเป็น Gel ภายนอก (คืออุณหภูมิที่ใช้ในการลวกต้องสูงกว่า Gelatinous point ของแป้งสูงสุด แปลเป็นภาษาชาวบ้าน ก็คือ ลวกน้ำเดือดจัดอย่างที่ว่ามาข้างบนนั้นแหละ 5555) และพอเห็นเส้นใสภายนอกแล้ว ก็ควรที่จะล้างน้ำเย็นจัด (หรือจะใช้น้ำอุณหภูมิห้องก็ไม่ว่ากันนะ) เพื่อทำให้เกิด Gel setting ที่สมบูรณ์ แล้วจึงมาผ่านน้ำร้อนซ้ำอีกครั้ง เพื่อฆ่าเชื่อโรคปนเปื้อนในน้ำเย็น 555

หลังจากนั้นก็จัดการคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวจากไขสัตว์ในปริมาณที่พอจะ เคลือบเส้นได้หมด ปรุงรสด้วยซี่อิ้วขาวแบบเกรดที่ไม่เค็มจัดให้เกิดรสอุมามิอย่างสมบูรณ์แบบ โปะเนื้อสัตว์ ลูกชิ้นตามใจชอบ ผักลวกเช่น ถั่วงอกลวก ผักกวางตุ้งลวก คะน้าลวก กระหล่ำปลีลวกตามถนัดของแต่ละคน ท้ายสุดต้องเสริม Aroma ด้วยต้นหอม ผักชี .... ว้าววววววว!!!! แจ่มซะไม่มีเลยหล่ะ

ยังไงก็ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก http://www.chingcancook.com/steps.php?id=180 ด้วยนะครับ เพราะภาพนี้ผมขโมยมา เนื่องจากว่าไม่ได้มีรูปแบบนี้ส่วนตัวเลย

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เรื่องราวของฮาจิโกะ ความรักและมิตรภาพระหว่างคนกับสุนัข

ย่านชิบูยะในประเทศญี่ปุ่น
มีรูปหล่อ สุนัขตัวหนึ่งชาวญี่ปุ่นหลายคนรู้จักมันเป็นอย่างดี
มันตัวแทนให้ ระลึกถึงความรักและมิตรภาพระหว่างคนกับสุนัข
เจ้าฮาจิโกะ(ฮาจิ โกะ)สุนัขพันธุ์อากิตะ(Akita)คือ.......ตำนานเบื้องหลังรูปปั้นนี้
เรื่อง ของ เจ้าฮาจิโกะ เกิด ขึ้นระหว่าง 10 พย.2466 ถึง 8 มีค.2496(Nov 10,1923 - March 8, 1935)
ฮาจิโกะ เป็นสุนัขสายพันธุ์อคิตะ (Akita)เกิด ที่เมืองโอดาเตะ จังหวัดอคิตะ ประเทศญี่ปุ่น
ลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1923 (2466)ในจังหวัดอากิตะ เมื่ออายุได้ เพียง 2 เดือน
เจ้าฮาจิโกะถูก ส่งตัวไปอยู่กรุงโตเกียวกับเจ้านายของมัน คือ
ศาสตราจารย์ เอซะบุโระ อุเอะโนะ
อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์
แห่งมหาวิทยาลัย อิมพีเรียล(มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน)
ศาสตราจารย์ มีความภาคภูมิใจกับเจ้าฮาจิโกะเป็นอย่างมาก
มันเป็นสุนัขอากิตะสาย พันธุ์แท้ซึ่งหาได้ยากในสมัยนั้น
เจ้าฮาจิโกะ จะคอยส่งเจ้านายถึงประตูหน้าบ้าน
จาก นั้นเมื่อถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้ว
เจ้าฮาจิโกะจะ มากระดิกหางรอพบเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟเสมอ
เมื่อเสียงรถไฟมาถึง สถานีเจ้า ฮาจิโกะ เจ้าชะเง้อหน้ามองหานายของมัน
เมื่อเจ้านายมัน เดินออกจากประตูสถานีมันก็จะวิ่งไปหาและออดอ้อน
ศาสตราจารย์จะก้มลง กอดมันและพากันเดินกลับบ้านเป็นเช่นนี้ทุกวัน - วันแล้ววันเล่า
วัน ที่ 21 เดือนพฤษภาคม 1925 (2468)ศาสตราจารย์ อุเอะโนะ เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตก
และเสียชีวิตขณะอยู่ที่มหาวิทยาลัย
แต่ในวันนั้น....ฮาจิโกะ....ยังคงมารอ.....ที่สถานีรถไฟดั่งเช่นทุก ๆ วัน
มันไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า มันจะไม่ได้พบกับเจ้านายของมันอีกแล้ว
หลังจากการเสียชีวิตของที่ศาสตราจารย์อุเอะโนะภรรยาของเขาได้ย้ายบ้านไป
โดยนำเจ้าฮาจิโกะไปไว้กับญาติของศาสตราจารย์ที่อยู่ห่างออก
บ้านใหม่ ของ ฮาจิโกะ อยู่จากบ้านเดิมของมัน และสถานีรถไฟซิบูยะ หลายกิโลเมตร
วันที่เจ้านายต้องไปทำงานจะต้องไป ขึ้นรถไฟที่ สถานีชิบูยะ
เจ้าฮาจิโกะไม่ยอมอยู่กับเจ้านายใหม่ของมัน ทันทีที่มันหลุดออกมาได้ มันวิ่งตรงไปที่บ้านเก่า
เมื่อไม่เจอใคร มันจึงกลับไปรอที่สถานีรถไฟ เหมือนเมื่อครั้งที่เจ้านายของมันยังมีชีวิตอยู่
หลังจากนั้นทุก ๆ วันเมื่อถึงเวลา 15.00 น.
ผู้คนย่านนั้นจะเห็นเจ้า ฮาจิโกะ มานั่งอยู่ที่เดิม
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินมันก็จะหายไป
มัน ไป อาศัยหลับนอนอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานีรถไป
ไปนอนอยู่ใกล้ ๆ บ้านเก่าของมันบ้าง เพื่อเฝ้ามองดูคนในบ้านเผื่อว่าเจ้านายมันมาปรากฎตัว
คิ คุซะบุโระ โคบายาชิ อดีตคนสวนของศาสตราจารย์
ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับ สถานีรถไฟเป็นคนคอยดูแลเจ้าฮาจิโกะ
ในเวลาที่อากาศเย็นลง มันก็จะไปหลบอยู่ใต้ซากรถไฟเก่าบ้าง
เพื่ออาศัยความอบอุ่นหลับนอน
มัน รอเวลาบ่าย 3 โมงเพื่อที่จะไปรอเหมือนเช่นทุกวัน
เมื่อเสียงรถไฟมา ถึงสถานี เจ้าฮาจิโกะ ก็จะลุกลี้ลุกลนชะเง้อหน้ามองหานายของมัน
คน แล้วคนเล่า เดินผ่านมันไป.....ไม่มีเจ้านายของมัน
จนกระทั่งคนสุด ท้ายเดินผ่านไปมันจึงจะกลับไปที่อยู่ของมัน
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า ที่มันรอคอย
ผู้คนย่านนั้น มองดูมันด้วยความสงสาร
ซึ่ง ก็ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการให้อาหารแก่มัน
เรื่องราวความซื่อ สัตย์ของมัน เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะเมื่อ เรื่องราวของมัน
ถูกตีพิมพ์ลงบนหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นในปี 1932
ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศเดินทางมาดูมาเล่นกับเจ้าฮาจิโกะ
ชาว ญี่ปุ่นได้ยกให้เจ้าฮาจิโกะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็ก ๆ อีกด้วย
ใน เดือนเมษายน 1934 อันโดะ เทะรุ ศิลปินชื่อดังจึงได้ทำรูปหล่อทองแดงของเจ้าฮาจิโกะขึ้นมาเพื่อยกย่อง
และ นำไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟชิบูยะ
การรอคอย....ของ ฮาจิโกะ ยังคงดำเนินไป....อย่าง...มีความหวัง.......
คืนวันหนึ่ง ฮาจิโกะ เกิดมีความรู้สึกบางอย่างที่พิเศษกว่าคืนอื่น ๆที่ผ่าน ๆ มา
ท่าม กลางเกร็ดหิมะ...........มันออกเดินไปนั่งคอยนายของมันที่เดิม
โดย ไม่รอให้ถึงบ่าย 3 โมงอย่างเช่นที่เคย
มันทอดสายตาไปที่ประตู ชานชลาและเฝ้ามอง
หลายชั่วโมง...........ผ่านไป............มีแต่ ความว่างเปล่า
มันรู้สึกหนาว..........................เหนื่อย ล้า.....
แต่มันก็เชื่อว่าวันนี้แหละ.................มันจะได้พบนายของมันอย่างแน่นอน
ความหนาวและเหนื่อยล้า........ทำให้มันต้อง เปลี่ยนจากท่านั่ง
มันล้มตัวลงนอนด้วยจิตใจที่กระชุ่มกระชวยกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา
มันนอนลง.........ด้วยจิตใจที่หวังว่า.........มันได้ พบนายของมันอย่างแน่นอน......เร็ว ๆ นี้
มันหลับตาลง.....ภาพความทรง จำเมื่อครั้งที่มันวิ่งไปรับเจ้านายผุดขึ้นในใจมาราวกับเป็นเรื่องจริง
มัน ยืนสองขากระกุยเจ้านาย
เจ้านายกอดมัน..........สัมผัส มัน..........อย่างที่ไม่เคย - ได้รับจากผู้ใด
มันเดินคู่ไปกับเจ้า นายเพื่อกับยังบ้านอันแสนอบอุ่น
อาบน้ำร่วมอ่างเดียวกันกับเจ้านาย
ความ อบอุ่นจากความทรงจำคลายหนาวเหน็บและความเหนื่อยล่าลงไปบ้าง
เป็น การนอนและหลับตาครั้งสุดท้าย
มันไม่ได้ลืมตาและลุกขึ้นอีกเลย
วาระ สุดท้ายแห่งการรอคอย...........มาถึงแล้ว
10 ปี.....................แห่งการอคอย
ล้มหายใจสุดท้าย.....หมดลงไป พร้อมกับ....การสิ้นสุดแห่งการรอคอย
วันที่ 8 มีนาคม 1935 (2478)
ผู้ คนที่เคยผ่านไปมาในย่านซาบูยะ
หลายคนต้อง..................หลั่ง น้ำตา
ภาพ...............ฮาจิโกะ นอนคอยเจ้านายของมันเหมือนทุก ๆ วัน เหมือนกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา.......ต่างกันตรงที่วันนี้มันไม่มีลม
หายใจแล้ว
คนที่เคย ให้อาหารแก่มัน ยังคงเตรียมอาหารมาเหมือนเช่นทุกวันแต่วันนี้ ฮาจิโกะ ไม่ลุกขึ้นมาขออาหารแล้ว
ข่าวการตายของฮาจิโกะถูกตีพิมพ์ลงบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น
ร่างของฮาจิโกะ ได้รับการเชิดชูอย่างเกียรติ
มัน ถูกนำไปเก็บรักษาเอาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ในกรุงโตเกียว
แม้ ว่าฮาจิโกะจะจากไปแล้วแต่เรื่องที่น่าสนใจจากฮาจิโกะยังคงไม่จบ
ช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้เหล็กและโลหะเป็นอย่างมาก
จน ถึงกับต้องเอารูปหล่อของเจ้าฮาจิโกะมาหลอมเลยทีเดียว
กระนั้นความ ซื่อสัตย์ของฮาจิโกะยัง คงไม่เคยถูกลืมไปจากใจชาวญี่ปุ่น
เพราะใน เวลาต่อมาได้มีการจัดทำรูปหล่อ ของฮาจิโกะขึ้นมาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 1947
ศิลปินผู้รับหน้าที่นี้ก็ คือ อันโดะ ทะเคะชิ ลูกชายของ อันโดะ เทะรุ
ผู้ที่ทำหน้าที่สร้างรูป หล่อฮาจิโกะเมื่อครั้งแรกนั้นเอง
ปัจจุบัน จุดที่รูปหล่อฮาจิโกะตั้ง อยู่นั้นได้กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของย่านชิบูยะ
ทั้งนี้นอกจากรูปหล่อที่ย่านชิบูยะแล้ว ยังคงมีรูปปั้นที่เตือนให้ระลึกถึงฮาจิโกะอยู่อีกหลายแห่ง เช่น
ที่หน้าสถานีรถไฟโอะดะเตะ ในจังหวัดอากิตะ บ้านเกิดของเจ้าฮาจิโกะ เป็นต้น
ส่วนเรื่องของเจ้าฮาจิโกะยังคงเป็นที่เล่าขานในญี่ปุ่น ถึงขนาดมีการนำไปสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ การ์ตูน และอื่น ๆ อีกมากมาย

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

[Tips Videos] เทคนิคการเก็บเงิน Cookie Run

1. [Tips] เทคนิคการเก็บเงิน Cookie Run ให้ได้ หลักหมื่น ต่อการวิ่ง ...




http://www.linkbucks.com/YwhW

 

2. [Line Cookie Run] - วิธีเก็บเงิน Silver Coins 10000+ ต่อรอบ ...

 

 

http://www.linkbucks.com/YwlK


3. cookie run เทคนิคเล่นยังไงให้ได้เงินเร็วกับคอมโบวิ่งเร็วลื่นหัวแตก ...


http://www.linkbucks.com/Ywoi







วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชาวเน็ตจีนฮือฮา ​​​นักศึกษาสาวช่วยแม่ขายน้ำอ้อยในจีนช่วงตรุษจีน สวยขั้นเทพ ถึงขั้นยกเทียบ 1 ใน 4 หญิงงามที่สุดของจีน

ชาวเน็ตฮือฮา นักศึกษาสาวช่วยแม่ขายน้ำอ้อยในจีน น่ารักสะท้านยุทธภพ



          ชาวเน็ตจีนฮือฮา ​​​นักศึกษาสาวช่วยแม่ขายน้ำอ้อยในจีนช่วงตรุษจีน สวยขั้นเทพ ถึงขั้นยกเทียบ 1 ใน 4 หญิงงามที่สุดของจีน

              เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์ china.org.cn รายงาน ว่า แม่ค้าขายน้ำอ้อยคั้นคนหนึ่ง โด่งดังบนอินเทอร์เน็ตในชั่วข้ามคืน หลังจากที่ความสวยของเธอนั้นลือลั่นไปทั่ว โดยที่เธอขายน้ำอ้อยคั้นอยู่ริมถนนเติง กังปา ในเมืองจื้อกง ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน

              แม่ ค้าขายน้ำอ้อยคนดังกล่าวมีฉายาว่า "ไซซี ขายอ้อย" ซึ่งฉายาของเธอนั้นตั้งตามนาง ไซซี ​  1 ใน 4 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีน ซึ่งเมื่อมีชาวเน็ตลองสืบว่า เธอเป็นใคร ก็พบว่าเธอเป็นนักศึกษาสถาบันการแสดงเซี่ยงไฮ้ สูง 175 เซนติเมตร และมีความสวยเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยผมยาวสลวย และเธอมักจะกลับบ้านทุกเทศกาลตรุษจีน เพื่อช่วยแม่ขายน้ำอ้อย
              เมื่อภาพของเธอนั้นปรากฏบนโลกออนไลน์ เธอก็กลายมาเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ลูกค้าบางคนถึงกับขับรถมาหลายร้อยกิโลเมตรเพียงเพื่อที่จะมาซื้อน้ำอ้อยจากเธอ อย่าง ไรก็ตาม ปฏิกิริยาเกี่ยวกับชื่อเสียงในเรื่องความงามของเธอนั้นก็ผสมกันไป บางคนออกมาวิจารณ์ว่า เธอก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากประชาสัมพันธ์ร้านเท่านั้น

              อย่าง ไรก็ตาม ด้านคุณแม่ของสาวขาย​น้ำ​อ้อย ได้ออกมาปฏิเสธคำวิจารณ์เหล่านั้นว่า ทุก ๆ วันหยุดฤดูหนาว ลูกสาวของฉันจะกลับบ้านมาช่วยครอบครัวขายน้ำอ้อย ธุรกิจของเราไปได้ดีตลอดช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ นี่ไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ร้าน เราแค่อยากจะมีชีวิตที่เป็นปกติเท่านั้น 

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เกิดหลุมยุบยักษ์ sink hole ภายในพิพิธภัณฑ์รถยนต์คอร์เวทท์แห่งชาติ รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา



เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ภายในพิพิธภัณฑ์รถยนต์คอร์เวทท์แห่งชาติ รัฐเคนทักกี สหรัฐ มีรถยนต์ถูกดูดตกลงไป 8 คัน


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองชิคาโกประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่13ก.พ.ว่า
พิพิธภัณฑ์คอร์เวทท์แห่งชาติตั้งอยู่ที่รัฐเคนทักกี สหรัฐ แถลงว่าเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์เมื่อเวลาประมาณ05.44 น.ของวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นจากบริษัทรักษาความปลอดภัยว่าเครื่อง ตรวจวัดความเคลื่อนไหวในพิพิธภัณฑ์ได้หายไปแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จึงพบว่ามีหลุมยุบขนาดใหญ่เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์
หน่วยดับเพลิงของโบว์ลิ่งกรีน ในพื้นที่ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ได้รุดมายังที่เกิดเหตุและดูแลพื้นที่แล้ว พร้อมกับประเมินว่า มีหลุมยุบขนาด12เมตรและลึก8-9เมตร


สำหรับรถยนต์ที่หายไปในหลุมยุบ 8 คันนั้น มี2คันเป็นรุ่นคอร์เวทท์ปี 1993 ซีอาร์-1 สไปเดอร์และปี 2009ซีอาร์-1บลู เดวิลทั้งสองคันนี้ยืมมาจากบริษัทรถยนต์เจเนอรัล มอเตอร์ และที่เหลืออีก6คันเป็นของพิพิธภัณฑ์เองมีรถยนต์คอร์เวทท์ปี 1962, รถยนต์ปี 1984พีพีจี เพซคาร์, รถยนต์มิลเลียนท์คอร์เวทท์ สร้างในปี 1992, รถยนต์สร้างในปี1993ในโอกาสครบรอบ40ปีของคอร์เวทท์, รถยนต์สร้างใน ปี2001ซีโอ6คอร์เวทท์ และ 1.5มิลเลียนท์คอร์เวทท์ สร้างในปี 2009ซึ่งทั้ง 6คันนี้เป็นของพิพิธภัณฑ์