วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568

แมวทำคลินิค ตอน..สาวกุ้งเผา (คลิปแมวทำ 0010)

 

แมวทำคลินิก ตอน...สาวกุ้งเผา 

📍 น้ำจิ้มซีฟู้ด ใช้มะนาวแท้ https://s.shopee.co.th/9AGPh7kMWJ

 

 #เทรนด์วันนี้ #คลายเครียด #คลิปแมวทำ #ตลก #ขำๆ #ฮาๆ #meowthum #มุกแมวๆ #แมวทำ #มุกหรือเปลือกหอย

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เฮียซ่ง X เฮียติง (คลิปแมวทำ 0009)

 

✨คลิปตลก พูดภาษาไทย เรื่อง เฮียซ่ง และ เฮียติง หุ้นกันเปิดร้านกาแฟ✨ 

🍜ลูกชิ้นปลาแท้เยาวราช ทำสดใหม่ทุกวัน https://s.shopee.co.th/3AzAOid7ky 

 

 #เทรนด์วันนี้ #คลายเครียด #ตลก #ขำๆ #ฮาๆ #meowthum #มุกแมวๆ #แมวทำ #มุกหรือเปลือกหอย

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เบื่อแล้วเมืองไทย จะไปเกาหลี V2 (คลิปตลก 0008)

เบื่อแล้วเมืองไทย..จะไปเกาหลี V2
📍เคียวแมงกานีส คมตัดง่าย https://s.shopee.co.th/60JK61czpO
 
#ตลก #มุกแมวๆ #มุกหรือเปลือกหอย #แมวทำ #ขำๆ #ฮาๆ #คลายเครียด #meowthum

เบื่อแล้วเมืองไทย..จะไปเกาหลี

 

เบื่อแล้วเมืองไทย..จะไปเกาหลี 

📍กิมจิเกาหลี🇰🇷สูตรต้นตำรับ https://s.shopee.co.th/9zpSjzxbAf

 

 #เทรนด์วันนี้ #มุกแมวๆ #meowthum #แมวทำ #คลายเครียด #ตลก #เกาหลี

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565

เช็คอิน lazada ยังไง เช็คอินเลยจ้า!

  เช็คอินลาซาด้า กดตรงนี้เลยจ้า ►► https://bit.ly/LZDCheck-In

 

เช็คอินลาซาด้า

★ ช่วงนี้มีเพื่อนๆหลายคนถามเกี่ยวกับ Lazada เช็คอินประจำวัน เข้ามา เช่น

- หาจุดเช็คอินบนแอปลาซาด้าไม่เจอ

- หน้า lazada daily rewards เข้าตรงไหน?

- lazada check in ตรงไหน?

- lazada daily rewards อยู่ตรงไหน?

- เช็คอิน lazada ยังไง?

- ปุ่มเช็คอินหาย หาในแอ๊ปไม่เจอ

- กดเข้าหน้าเช็คอินตรงไหนเหรอครับ?

- ปุ่มเช็คอินลาซาด้าหายไปแล้ว

- ทำไมลาซาด้าเช็คอินไม่เตือน?

 

● เพื่อนๆที่เช็คอินในแอป Lazada ต่อเนื่องทุกวัน เพื่อสะสมเงินรางวัลพิเศษ

อาจจะพบปัญหาในบางวัน ที่เจ้าแอป Lazada ก็ไม่แจ้งเตือนให้เราเข้า check in ซะงั้น

ทำให้พลาดโอกาสในการสะสมเงินรางวัลพิเศษ ไปอย่างน่าเสียดาย.


ดังนั้นเราจึงไปหาทางเข้าเช็คอิน lazada มาให้เพื่อนๆ

    เพื่อต่อไปเพื่อนๆจะได้เช็คอินลาซาด้ากันได้สะดวกขึ้นจ้า

 

★ เช็คอินลาซาด้า กดตรงนี้เลยจ้า ►► https://bit.ly/LZDCheck-In

 

*เช็คอินต่อเนื่องทุกวัน สะสมเงินรางวัลทุกวัน

  - ถ้าเพื่อนๆสะสมเงินโบนัสจนครบ 200 บาทแล้ว, เพื่อนๆสามารถถอนเงินรางวัลเข้า Lazada Wallet เพื่อใช้ซื้อสินค้าใน Lazada ได้เลยจ้า.





วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คืออะไร?

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คืออะไร?


    คือ ลูกจ้างผู้ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน




ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ดังนี้


1. กรณีเจ็บป่วย


     1.1. กรณีเจ็บป่วยปกติ

    เมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิ หรือเครือข่ายของสถานพยาบาลนั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
    หากหมดสิทธิได้รับค่าจ้างจากนายจ้างในวันลาป่วยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานแล้ว จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของคึ่าจ้างจริง สูงสุดแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง และไม่เกิน 180 วันต่อปี

*เว้นแต่ ป่วยด้วยโรคเรื้อรังจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ไม่เกิน 365 วัน (กรณีป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เมื่อเสียชีวิตจะได้รับค่าทำศพ และเงินสงเคราะห์กรณีตายเช่นเดียวกับกรณีตาย)


    1.2. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน

    ถ้าเข้ารับรักษากับสถานพยาบาลที่ไม่ใช่สถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิหรือเครือข่าย จะได้รับค่าบริการทางการแพทย์อย่างไร? กรณีผู้ประกันตนได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน สามารถเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคมในอัตราที่กำหนด ดังนี้

          เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐ

          - ไม่ว่าจะประสบอันตราหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ขอรับค่าบริการทางการแพทย์ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตามรายละเอียดดังนี้

    ผู้ป่วยนอก เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น
    ผู้ป่วยใน เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

*ยกเว้น ค่าห้องและค่าอาหารเบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท

          เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชน

          - ทั้งประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเบิกได้ดังนี้

    ผู้ป่วยนอก

          - เบิกค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,000 บาท
          - เบิกค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงเกิน 1,000 บาทได้ ถ้ามีการตรวจรักษาตามรายการในประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ดังนี้
               - การให้เลือดหรือส่วนประกอบของเลือด
               - การฉีดสารต่อต้านพิษจากเชื้อบาดทะยัก
               - การฉีดวัคซีนหรือเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนักบ้า (เฉพาะเข็มแรก)
               - การตรวจอัลตร้าซาวด์กรณีที่มีภาวะฉุกเฉินเฉียบพลันในช่องท้อง
               - การตรวจด้วย CT-SCAN หรือ MRI จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด
               - การขูดมดลูกกรณีตกเลือดหลังคลอด หรือตกเลือดจากการแท้งบุตร
               - ค่าฟื้นคืนชีพ และกรณีที่มีการสังเกตอาการในห้องสังเกตอาการตั้งแต่ 3 ชั่วโมงขึ้นไป

    ผู้ป่วยใน

          - ค่ารักษาพยาบาล กรณีที่ไม่ได้รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท
          - ค่าห้องและค่าอาหารเบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท
          - ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล กรณีที่รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท
          - กรณีที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000-16,000 บาท ตามระยะเวลาการผ่าตัด
          - ค่าฟื้นคืนชีพรวมค่ายา และอุปกรณ์เบิกได้ไม่เกิน 4,000 บาท
          - ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และหรือเอกซเรย์ เบิกได้ไม่เกินรายละ 1,000 บาท
          - กรณีมีความจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยพิเศษ ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง, การตรวจคลื่นสมอง และการตรวจอัลตร้าซาวด์ตามประกาศ
          - การสวนเส้นเลือดหัวใจและเอกซเรย์, การส่องกล้อง, การตรวจด้วยการฉีดสี, การตรวจด้วย CT-SCAN หรือ MRI ตามประกาศ


   1.3. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต

          - กรณีผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลเอกชนที่ใกล้เคียงได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่าย สำนักงานประกันสังคมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการรักษาผู้ประกันตนจนพ้นภาวะวิกฤตให้แก่สถานพยาบาลที่รักษาภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง โดยนับรวมวันหยุดราชการ และกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับบริการทางการแพทย์จนพ้นภาวะวิกฤตแล้ว จะส่งตัวไปเข้ารับการรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิ
          - ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์การบำบัดโรคกรณีสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะบางส่วนได้ตามความจำเป็นตามหลักเกณฑ์ และอัตราที่ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฯ กำหนด


   1.4. กรณีทันตกรรม จะได้รับสิทธิอะไรบ้าง?
  
    กรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นในอัตราไม่เกิน 900 บาทต่อปี *ในกรณีที่ผู้ประกันตนเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานให้ผู้ประกันตนจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้กับสถานพยาบาล เฉพาะส่วนเกินจากสิทธิที่ได้รับ
    กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ และค่าฟันเทียมเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในอัตราไม่เกิน 1,500 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
    1) 1-5 ซี่ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 1,300 บาท
    2) มากกว่า 5 ซี่ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 1,500 บาท
    กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปาก ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 4,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
    1) ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 2,400 บาท
    2) ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 4,400 บาท



2. กรณีคลอดบุตร


ประกันสังคม คลอดบุตร

     ได้สิทธิได้รับค่าคลอดบุตรโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ดังนี้

    ผู้ประกันตนหญิง สามารถคลอดบุตรที่สถานพยาบาลใดก็ได้ จะได้รับเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 13,000 บาท และเงินสงเคราะห์ก่ีหยุดงาน เพื่อการคลอดบุตรในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน (เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง)
    ผู้ประกันตนชาย ที่มีภริยาจดทะเบียนสมรส หรือหญิงซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับเฉพาะเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย จำนวน 13,000 บาท
    ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด



3. กรณีทุพพลภาพ


ประกันสังคม ทุพพลภาพ

   3.1. เงินทดแทนการขาดรายได้

    กรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียไม่รุนแรง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ดังนี้
    - ไม่อาจทำงานตามปกติ และงานอื่นได้ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 30% ของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ไม่เกิน 180 เดือน
    - ไม่อาจทำงานตามปกติและรายได้ลดลงจากเดิม ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในส่วนที่ลดลง แต่ไม่เกินอัตรา 30% ของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ไม่เกิน 180 เดือน
    กรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง
    - ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ตามมาตรา 57 ตลอดชีวิต

   3.2. ค่าบริการทางการแพทย์

    กรณีเจ็บป่วยปกติ
      สถานพยาบาลของรัฐ
       - กรณีผู้ป่วยนอก ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น
       - กรณีผู้ป่วยใน เข้ารับบริการทางการแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากสถานพยาบาลจะเป็นผู้เบิกจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
    

            สถานพยาบาลเอกชน
            - กรณีผู้ป่วยนอก ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท
            - กรณีผู่ป่วยใน ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท

    กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต : ผู้ทุพพลภาพที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลเอกชนที่ใกล้เคียงได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่าย สำนักงานประกันสังคมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการรักษาผู้ทุพพลภาพจนพ้นวิกฤตให้แก่สถานพยาบาลที่รักษาภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง และกรณีที่ผู้ทุพพลภาพได้รับบริการทางการแพทย์จนพ้นภาวะวิกฤตแล้วจะส่งตัวไปเข้ารับการรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลของรัฐ
    - มีสิทธิได้รับค่าอุปกรณ์หรืออวัยวะเทียมได้ตามความจำเป็นตามหลักเกณฑ์ ประเภท และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
    - มีสิทธิได้รับค่ารถพยาบาล หรือค่าพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ เหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท
    - มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ทุพพลภาพทางร่างกาย จิตใจและอาชีพ ตามประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์อัตราค่าฟื้นฟูของผู้ทุพพลภาพ
    - ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพเสียชีวิต จะได้รับค่าทำศพ และเงินสงเคราะห์ กรณีตายเช่นเดียวกับกรณีตาย


4. กรณีตาย


ประกันสังคม ตาย

ได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์ กรณีตาย ดังนี้

    จ่ายสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4 เดือน
    จ่ายสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 12 เดือน


5. กรณีสงเคราะห์บุตร


ประกันสังคม สงเคราะห์บุตร

ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่าย เดือนละ 600 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน สำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน 3 คน

6. กรณีชราภาพ


ประกันสังคม ชราภาพ

เงินบำนาญชราภาพ

    กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ได้รับเงินบำนาญชราภาพในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
    กรณีจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน (15 ปีขึ้นไป) ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพตามข้อ 1 ขึ้นอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน

"สูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพ = ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คูณด้วย 20% (+จำนวน % ที่เพิ่มให้อีกปีละ 1.5%)"

เงินบำเหน็จชราภาพ

    กรณีจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตน เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
    กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด
    กรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตาย ภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย



"สูตรคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพ"
กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 1-11 เดือน = เงินสมทบของผู้ประกันตนฝ่ายเดียว
กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12-179 เดือน = เงินสมทบของผู้ประกันตน + เงินสมทบของนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทน

เงินบำนาญชราภาพ : จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต
เงินบำเหน็จชราภาพ : จ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว

7. กรณีว่างงาน


ประกันสังคม ว่างงาน

   7.1. กรณีถูกเลิกจ้าง

    ได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานอัตรา 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน

   7.2. กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน

    ได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานอัตรา 30% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

   7.3. กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย

    ได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานอัตรา 50% ของค่าจ้างครั้งละไม่เกิน 180 วัน

"เหตุสุดวิสัย" หมายความว่า อัคคีภัย วาตภัย หรือธรณีพิบัติ ตลอดจนภัยอื่นๆ อันเกิดจากธรรมชาติ ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณสุข และถึงขนาดผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ

***หากใน 1 ปีปฏิทิน มีการยื่นขอรับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงาน ทั้งกรณีที่ 1 และกรณีที่ 2 ให้นับระยะเวลาการรับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานรวมกันไม่เกิน 180 วัน***

***หากใน 1 ปีปฏิทิน มีการยื่นขอรับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานตามกรณีที่ 2 เกิน 1 ครั้ง ให้นับระยะเวลาการรับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงานรวมกันทุกครั้งไม่เกิน 90 วัน ***

หมายเหตุ: กรณีที่ 1 และกรณีที่ 2 ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานและรายงานตัว ทางระบบอินเตอร์เน็ต (เว็บไซต์ www.empui.doe.go.th) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ถูกเลิกจ้าง หรือลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างฯ เพื่อมิให้เสียสิทธิในการรับเงินทดแทน


การขอรับประโยชน์ทดแทน


ผู้ประกันตนสามารถยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ

ช่องทางการรับเงินประโยชน์ทดแทน

    รับเงินด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจรับเงินแทน
    รับเงินทางธนาณัติ
    รับเงินผ่านธนาคาร 11 แห่ง ได้แก่

          - ธ.กสิกรไทย
          - ธ.กรุงศรีอยุธยา
          - ธ.กรุงเทพ
          - ธ.ไทยพาณิชย์
          - ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย
          - ธ.กรุงไทย
          - ธ.ทหารไทยธนชาต
          - ธ.ซีไอเอ็มบีไทย
          - ธ.ออมสิน
          - ธ.ก.ส.


ขอขอบคุณ https://www.sanook.com/money/723543/


ประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ประกันสังคมมาตรา 33
ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายเท่าไหร่
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ตกงาน
ประกันสังคม มาตรา 33 คุ้มครองอะไรบ้าง

#ประกันสังคมมาตรา33 #ผู้ประกันตนมาตรา33

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563

เทคนิคการผัดข้าวผัดที่บ้าน ให้เม็ดข้าวร่วน มีผิวเม็ดข้าวเกรียม เนื้อในนิ่ม : ข้าวผัดเบคอน

ข้าวผัดเบคอน เทคนิคการผัดข้าวผัดที่บ้าน ให้เม็ดข้าวร่วน มีผิวเม็ดข้าวเกรียม เนื้อในนิ่ม

เริ่มด้วย ข้าวผัดที่อร่อย เม็ดข้าวเป็นอย่างไร?

ข้าวผัดที่อร่อย  ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- เม็ดข้าวเป็นเม็ดสวยงาม
- เม็ดข้าวร่วน ไม่ติดกัน
- ผิวเม็ดข้าวเกรียมนิดๆ หอมกระทะ  เนื้อในเม็ดข้าวนิ่ม ไม่แข็งกระด้าง
- เม็ดข้าวถูกเคลือบด้วยเครื่องปรุงของข้าวผัด

สิ่งสำคัญในการทำข้าวผัด ได้แก่
- ข้าว
- การหุงข้าว
- การเตรียมข้าวสวยเพื่อทำข้าวผัด
- เตาไฟ
- กระทะ
- การผัดข้าวผัด โดยการกระดกกระทะ และ การใช้ตะหลิว

ข้าว
ข้าวสารที่เหมาะในการทำข้าวผัด จะเป็น ข้าวหอมมะลิเก่า เพราะเนื้อข้าวนิ่ม ข้าวเก่าหุงแล้วไม่มียาง ข้าวสวยจะร่วน  ในขณะที่ข้าวเสาไห้เป็นข้าวที่ร่วน ไม่มียาง แต่เนื้อข้าวจะแข็งไป (ความเห็นส่วนตัว)

การหุงข้าว
การหุงข้าวสำหรับทำข้าวผัด  ให้เอาข้าวสารมาซาวน้ำ 2 - 3 ครั้ง จนน้ำใส เพื่อล้างแป้งที่ติดมากับข้าวสารออกให้หมด  ถ้าล้างแป้งออกไม่หมด พอหุงข้าวสุกแป้งจะเหมือนกาวที่ยึดเม็ดข้าวสวยให้เกาะกัน ทำให้เม็ดข้าวสวยมีความร่วนต่ำลง   หุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทั่วไป ใช้อัตราส่วนน้ำตามหม้อหุงข้าว  ข้าวสวยที่ได้ออกมา อาจจะแข็งหรือนิ่ม ต้องปรับปริมาณน้ำดู เพราะข้าวสารที่ซื้อมาแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างกัน
ถ้าหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวรุ่นคอมพิวเตอร์ ให้เลือกโปรแกรมหุงข้าวซูชิ เพราะจะได้ข้าวที่ร่วนกว่า
* แนะนำให้ใช้หม้อหุงข้าวรุ่นคอมพิวเตอร์ในการหุงข้าว จะได้ข้าวสวยที่อร่อยกว่า หม้อหุงข้าวไฟฟ้าธรรมดา

การเตรียมข้าวสวยเพื่อทำข้าวผัด
การหุงข้าวสำหรับทำข้าวผัด  ควรจะต้องหุงข้าวไว้ก่อน 1 คืน แล้วเอาข้าวสวยใส่ในภาชนะเปิดทิ้งให้เย็น เอาข้าวสวยแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน ที่ใช้ภาชนะเปิดเพื่อให้น้ำระเหยออกจากเม็ดข้าว เม็ดข้าวจะร่วน  ก่อนทำข้าวผัด เอาน้ำพรมที่ข้าวนิดหน่อย เอาเอามือจุ่มน้ำก่อน ทำการแกะข้าวให้ร่วน ไม่ติดกัน
*การพรมน้ำที่ข้าวสวยทำให้การแกะข้าวให้ร่วนได้สะดวก

เตาไฟ
ความแรงของเตาไฟที่ทำข้าวผัดมีผลต่อการทำข้าวผัดมาก
ในการผัดข้าวให้อร่อย ตามร้านอาหารจะใช้เตาแก๊สที่มีไฟแรงมาก ร้อนจัด ในขณะที่เตาแก๊สทำอาหารที่บ้านมีความแรงไฟต่ำกว่าตามร้านอาหารเยอะ
การที่เตาไฟร้อนจัด ทำให้ความร้อนของกระทะผัดข้าวสูง เวลาที่ทำให้เม็ดข้าวเกรียมจะสั้น
ส่วนเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ยังไม่มีความรู้ เนื่องจากยังไม่เคยใช้แบบจริงจัง

กระทะ
กระทะเหล็ก vs กระทะเทฟลอน
- กระทะเหล็กให้ความร้อนสูงกว่ากระทะเทฟลอน
กระทะเหล็กที่ร้อนจัด ต้องใส่น้ำมันเยอะ จะผัดข้าวได้โดยข้าวไม่ติดกระทะ และเวลาที่เม็ดข้าวสัมผัสผิวกระทะจะสั้น

- กระทะเทฟลอน มีข้อดีที่ทำข้าวผัดโดยที่ข้าวไม่ติดกระทะ แต่มีข้อเสียที่มีความร้อนต่ำกว่ากระทะเหล็ก และผัดให้เม็ดข้าวผิวเกรียมได้ยาก
กระทะเหล็กจะเหมาะกับการทำข้าวผัดมากกว่า เพราะให้ความร้อนสูงกว่ากระทะเทฟลอน

การผัดข้าวผัด โดยการกระดกกระทะ และ การใช้ตะหลิว
การกระดกกระทะในการผัดข้าว ทำให้เม็ดข้าวสวย ในขณะที่การใช้ตะหลิวผัด ตะหลิวจะไปสัมผัสเม็ดข้าวทำให้เม็ดข้าวฉีกขาดได้
ตามร้านอาหารจะใช้วิธีการกระดกกระทะ เพื่อให้เม็ดข้าวทั้งหลายได้รับความร้อนจากผิวกระทะอย่างสม่ำเสมอ  การกระดกกระทะจะทำให้เม็ดข้าวสวยงามไม่เละ 
การผัดข้าวที่บ้านเตาจะไม่ร้อนเหมือนกับตามร้านอาหาร ทำให้เวลาที่เม็ดข้าวเกรียมนานกว่า และส่วนใหญ่จะใช้ตะหลิวในการผัดข้าวแทนการกระดกกระทะ ทำให้ตะหลิวสัมผัสเม็ดข้าว เม็ดข้าวมีแนวโน้มที่จะเละ และต้องผัดหรือกวนข้าวใช้เวลานานด้วยเพราะเตามีความร้อนต่ำ

ตามร้านอาหาร การผัดข้าวจะใช้การกระดกกระทะเพื่อให้เม็ดข้าวสัมผัสผิวกระทะอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เม็ดข้าวสวย ไม่เละ พอใช้กระทะเหล็ก เตาไฟร้อน จะใช้เวลาผัดข้าวสั้น แต่ถ้าผัดข้าวที่เตาไฟตามบ้าน ใช้กระทะเทฟลอน ความร้อนต่ำ ต้องใช้ตะหลิวกวนข้าว เป็นเวลานาน การกวนเยอะๆ ทำให้เม็ดข้าวเลย ไม่สวยงามเหมือนข้าวผัดตามร้านอาหาร

การผัดข้าวผัดเบคอนที่บ้าน
- ใช้ข้าวหอมมะลิเก่าตราไดโนเสาร์ หุงไว้ก่อน 1 คืน
ซาวข้าว 3 ครั้ง จนน้ำใส  หุงด้วยหม้อหุงข้าวคอมพิวเตอร์ โดยใส่น้ำในหม้อแบบหุงข้าวซูชิ
พอข้าวสุก คดข้าวออกจากหม้อใส่ในถาดใบเล็ก เกลี่ยเพื่อให้ข้าวเย็น
เอาข้าวสวยในถาดใส่ในตู้เย็นช่องธรรมดา โดยไม่มีอะไรปิดข้าว เพื่อให้น้ำในข้าวระเหย
ก่อนผัดข้าว เอาน้ำพรมข้าวนิดหน่อย มือจุ่มน้ำทำการแกะข้าวสวยให้เม็ดข้าวร่วน

- ใช้กระทะเหล็ก (ได้ลองใช้กระทะเทฟลอนแล้ว ผลออกมาผัดข้าวไปแล้วเม็ดข้าวไม่เกรียม)
เริ่มด้วยเอาเบคอนสับไปเจียวก่อน เจียวจนเบคอนกรอบ ตักเบคอนขึ้น
น้ำมันเบคอนติดกระทะเอาไปผัดข้าวต่อ
ใช้ไฟแรง กระทะร้อน เอากระเทียมสับไปผัดกับน้ำมันเบคอน
พอกระเทียมเริ่มเปลี่ยนสี ใส่ข้าวลงไปผัด

กวนข้าวให้เคลือบน้ำมัน แล้วทิ้งไว้ 30 วินาที - 1 นาที (แล้วแต่ความร้อนของเตา) 
ข้าวสวยด้านล่างที่สัมผัสผิวกระทะจะเริ่มเกรียม  ทำการกวนข้าว
แล้วทิ้งไว้ให้เกรียมแบบนี้ ทำหลายครั้ง จนกระทั่งผิวข้าวเกรียมทั้งกระทะ 
ใช้เวลาประมาณ 5 นาที  ปรุงรสด้วยซีอิ้ว ใส่เบคอนลงไปผัด

ตักข้าวผัดขึ้นใส่หม้อพักไว้ก่อน

เอากระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน ใส่ไข่ลงไป ขยี้ไข่
พอไข่สุก 50% ใส่ข้าวที่ผัดไว้ลงไป ผัดให้เข้ากัน

สวัสดี.

บทความโดย คุณ swin @ pantip.com
https://pantip.com/topic/39744384

แจกอักษรพิเศษ ฟอนต์อังกฤษค่ะ

น้องฟ้อนด์

ตัวพิมพ์ใหญ่

𝙰 𝙱 𝙲 𝙳 𝙴 𝙵 𝙶 𝙷 𝙸 𝙹 𝙺 𝙻 𝙼 𝙽 𝙾 𝙿 𝚀 𝚁 𝚂 𝚃 𝚄 𝚅 𝚆 𝚇 𝚈 𝚉
𝔸 𝔹 ℂ 𝔻 𝔼 𝔽 𝔾 ℍ 𝕀 𝕁 𝕂 𝕃 𝕄 ℕ 𝕆 ℙ ℚ ℝ 𝕊 𝕋 𝕌 𝕍 𝕎 𝕏 𝕐 ℤ
𝘈 𝘉 𝘊 𝘋 𝘌 𝘍 𝘎 𝘏 𝘐 𝘑 𝘒 𝘓 𝘔 𝘕 𝘖 𝘗 𝘘 𝘙 𝘚 𝘛 𝘜 𝘝 𝘞 𝘟 𝘠 𝘡
𝘼 𝘽 𝘾 𝘿 𝙀 𝙁 𝙂 𝙃 𝙄 𝙅 𝙆 𝙇 𝙈 𝙉 𝙊 𝙋 𝙌 𝙍 𝙎 𝙏 𝙐 𝙑 𝙒 𝙓 𝙔 𝙕
z ʎ x ʍ ʌ n ʇ s ɹ b d o u ɯ l ʞ ɾ ᴉ ɥ ƃ ɟ ǝ p ɔ q ɐ
𝒜 ℬ 𝒞 𝒟 ℰ ℱ 𝒢 ℋ ℐ 𝒥 𝒦 ℒ ℳ 𝒩 𝒪 𝒫 𝒬 ℛ 𝒮 𝒯 𝒰 𝒱 𝒲 𝒳 𝒴 𝒵
A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

ตัวพิมพ์เล็ก

𝚊 𝚋 𝚌 𝚍 𝚎 𝚏 𝚐 𝚑 𝚒 𝚓 𝚔 𝚕 𝚖 𝚗 𝚘 𝚙 𝚚 𝚛 𝚜 𝚝 𝚞 𝚟 𝚠 𝚡 𝚢 𝚣
𝕒 𝕓 𝕔 𝕕 𝕖 𝕗 𝕘 𝕙 𝕚 𝕛 𝕜 𝕝 𝕞 𝕟 𝕠 𝕡 𝕢 𝕣 𝕤 𝕥 𝕦 𝕧 𝕨 𝕩 𝕪 𝕫
𝘢 𝘣 𝘤 𝘥 𝘦 𝘧 𝘨 𝘩 𝘪 𝘫 𝘬 𝘭 𝘮 𝘯 𝘰 𝘱 𝘲 𝘳 𝘴 𝘵 𝘶 𝘷 𝘸 𝘹 𝘺 𝘻
𝙖 𝙗 𝙘 𝙙 𝙚 𝙛 𝙜 𝙝 𝙞 𝙟 𝙠 𝙡 𝙢 𝙣 𝙤 𝙥 𝙦 𝙧 𝙨 𝙩 𝙪 𝙫 𝙬 𝙭 𝙮 𝙯
z ʎ x ʍ ʌ n ʇ s ɹ b d o u ɯ l ʞ ɾ ᴉ ɥ ƃ ɟ ǝ p ɔ q ɐ
𝒶 𝒷 𝒸 𝒹 ℯ 𝒻 ℊ 𝒽 𝒾 𝒿 𝓀 𝓁 𝓂 𝓃 ℴ 𝓅 𝓆 𝓇 𝓈 𝓉 𝓊 𝓋 𝓌 𝓍 𝓎 𝓏
ᴀ ʙ ᴄ ᴅ ᴇ ғ ɢ ʜ ɪ ᴊ ᴋ ʟ ᴍ ɴ ᴏ ᴘ ǫ ʀ s ᴛ ᴜ ᴠ ᴡ x ʏ ᴢ

ใครมีฟอนต์ตัวเลขสวยๆเอามาแลกเปลี่ยนกันนะคะ พอดีต้องการฟอนต์ตัวเลขอยู่ TT

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูค่า ~
by สมาชิกหมายเลข 2895640@pantip.com

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2563

วิธีทำเจลล้างมือไม่ใช้น้ำ ทำเองง่ายๆ สูตรจาก Lab สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

วิธีทำเจลล้างมือไม่ใช้น้ำ ทำเองง่ายๆ

สูตร 1 : สูตรพื้นฐาน เพื่อการเตรียมเจลแอลกอฮอล์ 500 มล.
1 Carbopol 940 (คาร์โบพอล 940) 1.5 กรัม
2 Ethyl alcohol 95% (เอทิล แอลกอฮอล์ 95%) 370 มล.
3 Triethanolamine (ไตรเอทาโนลามีน) 1.5 กรัม
4 น้ำบริสุทธิ์ (น้ำ RO หรือ น้ำกลั่น) 128 มล.

วิธีการเตรียม
1. ตวงเอทิลแอลกอฮอล์ ผสมกับ น้ำบริสุทธิ์
2. ค่อยๆ โปรย คาร์โบพอล 940 และใช้เครื่องกวนให้กระจายตัว
3. ใส่ ไตรเอทาโนลามีน จะได้เจลแอลกอฮอล์


สูตร 2 : สูตรเพิ่มสารให้มือนุ่มลื่น เพื่อการเตรียมเจลแอลกอฮอล์ 500 มล.
1 Carbopol 940 (คาร์โบพอล 940) 1.5 กรัม
2 Ethyl alcohol 95% (เอทิล แอลกอฮอล์ 95%) 370 มล.
3 Triethanolamine (ไตรเอทาโนลามีน) 1.5 กรัม
4 น้ำบริสุทธิ์ (น้ำ RO หรือ น้ำกลั่น) 123 มล.
5 Propylene glycol (โพรไพลีน ไกลคอล) 5 มล.

วิธีการเตรียม
1. ตวงเอทิลแอลกอฮอล์ ผสมกับ น้ำสะอาด และเติมโพรไพลีน ไกลคอล
2. ค่อยๆ โปรย คาร์โบพอล 940 ซึ่งเป็นสารประกอบให้เกิดเจล
(Gel forming agent) และใช้เครื่องกวนให้กระจายตัว (พักทิ้งไว้ 1 คืน)
3. ใส่ ไตรเอทาโนลามีน (สารประกอบให้เกิดเจล) เติมสี/กลิ่น จะได้เจลแอลกอฮอล์


ข้อควรระวัง!
ห้ามใช้ Methyl alcohol (เมทิล แอลกอฮอล์) แทนเอทิลแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด
แอลกอฮอล์ จะติดไฟง่าย ต้องระวังการเกิดเปลวไฟ
ในส่วนของน้ำที่นำมาใช้ควรเป็นน้ำบริสุทธิ์ (น้ำ RO หรือ น้ำกลั่น) เท่านั้น
ห้ามใช้น้ำบาดาลเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดตะกอน


ข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับแหล่งซื้อวัตถุดิบในการทำเจลล้างมือไม่ใช้น้ำนั้นมีจำหน่ายที่ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์
และร้านขายเครื่องเคมี
เจลล้างมือไม่ใช้น้ำที่ดีนั้นเมื่อเปิดใช้ต้องมีกลิ่นแอลกอฮอล์
สามารถใช้เจลล้างมือได้บ่อยครั้งตามต้องการ
อายุการเก็บรักษาของเจลล้างมือจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี นับจากวันที่ผลิต


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ที่มา:
เภสัชกรอรรคชัย ตันตราวงศ์ นักวิชาการ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), 2009
   

 

Toyota Camry Brochure แคตตาล็อกรถโตโยต้าแคมรี่ปี 2020

ดูโบรชัวร์รถ Toyota Camry 2020 ออนไลน์

แคตตาล็อกรถโตโยต้า Toyota Camry 2020 Brochure
แคตตาล็อกรถโตโยต้าแคมรี่
ปี 2020 view Toyota Camry Brochure here

- Camry 2.5 HV Premium

- Camry 2.5 HV

- Camry 2.5 G

- Camry 2.0 G

https://www.toyota.co.th/model/camry/download

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

17 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์

17 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ Harddisk

ความเชื่อที่ 1 การฟอร์แมต HDD บ่อยๆ อาจทำให้อายุการใช้งานของ HDD สั้นลง
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมต HDD ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของ HDD แต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่หลายๆ คนจะคิดว่ามีส่วนทำให้อายุการใช้งานสั้นลง แต่จริงๆ แล้ว เป็นความเชื่อที่ผิดๆ เท่านั้น การฟอร์แมต HDD
ไม่ถือเป็นการทำงานที่จะ ทำให้ HDD ต้องแบกรับภาระหนัก หัวอ่านของ HDD จะไม่มีการสัมผัสกับแผ่นจานข้อมูลแต่อย่างใด (Platter) ระหว่างการฟอร์แมต สรุปแล้วก็คือ เราสามารถฟอร์แมต HDD 30 ครั้งต่อวัน ทุกวันเลยก็ได้อายุ
การใช้งานมันก็จะไม่ต่างจากจาก HDD อื่นๆ เลย

ความเชื่อที่ 2 การฟอร์แมต HDD จะทำให้มีข้อมูล วางซ้อนเพิ่มบนแผ่นดิสก์ ซึ่งมีผลทำให้เกิด bad sector ได้
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมตจะไม่ทำให้เกิดข้อมูล หรืออะไรทั้งนั้นที่แผ่น HDD เนื่องจาก HDD เป็นระบบปิด ดั้งนั้นฝุ่นหรือปฏิกรณ์ยากที่จะเข้าไปยังดิสก์ได้ และแม้จะมีฝุ่นก็ตามแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝุ่นจะต้องมากับการฟอร์แมต

ความเชื่อที่ 3 การฟอร์แมต HDD จะมีความเค้นต่อเข็มหัวอ่าน (head actuator) สูง
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมตมีการอ่านในแต่ละเซ็กเตอร์อย่างต่อเนื่อง และเป็นลำดับชั้น เช่น เซ็กเตอร์ที่ 500 เซ็กเตอร์ที่ 501 เซ็กเตอร์ที่ 502 และต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ทำให้มีการเคลื่อนตัวของเข็มหัวอ่านน้อยมาก ดังนั้น ข้อเท็จจริงของ
ความเชื่อนี้ก็คือ การฟอร์แมตจะไม่มีความเค้นสูงต่อเข็มหัวอ่าน HDD

ความเชื่อที่ 4 การดีแฟรกเมนต์ (defragmenting) HDD จะมีความเค้นที่หัวอ่านสูง
ข้อ เท็จจริง : ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องจริง เพราะการดีแฟรกเมนต์ต้องอาศัยการควานหาตำแหน่งของเซ็ก เตอร์อย่างสูง เนื่องจากการดีแฟรกเมนต์ก็คือการจัดระเบียบเซ็กเตอร์ ต่างๆ เพื่อไม่ให้หัวอ่านต้องทำงานหนักเวลาที่ใช้หาข้อมูลในการใช้
งานจริง ดังนั้น แม้ในกระบวนการดีแฟร็กเมนต์ จะทำให้เข็มหัวอ่านมีความเค้นสูงก็ตาม แต่หลังจากที่ได้ทำการดีแฟรกเมนต์แล้ว เข็มหัวอ่านก็ไม่ต้องทำงานหนัก เหมือนก่อนที่จะทำการดีแฟรกเมนต์ เพราะจะหาเซ็กเตอร์ได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น

ความเชื่อที่ 5 ถ้า HDD ของคุณมี bad sector อยู่แล้ว การฟอร์แมต HDD จะยิ่งทำให้ เกิดเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้น
ข้อ เท็จจริง : ถ้า HDD ของคุณมีเซ็กเตอร์เสียอยู่แล้ว แน่นอนว่าเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ จะต้องพบเซ็กเตอร์เสียเพื่มขึ้นเรื่อยๆ การฟอร์แมตแล้วเห็นเซ็กเตอร์เสียเพิ่มขึ้นนั้น สาเหตุไม่ได้เป็นเพราะการฟอร์แมต เพียงแต่ว่าการฟอร์แมตจะทำให้
เราได้พบ เห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นนั่นเอง เพราะยูทิลิตี้สำหรับทำการฟอร์แมตนั้น จะสแกนและตรวจสอบ HDD ด้วย ทำให้พบเห็นเซ็กเตอร์ที่เสียเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

ความเชื่อที่ 6 การดาวน์โหลดโปรแกรมและไฟล์ต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก จะทำให้ อายุการใช้งานของ HDD สั้นลง
ข้อ เท็จจริง : การดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตไม่ทำให้อายุการใช้งานของ HDD ลดน้อยลงไป HDD จะมีการหมุนอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะมีการดาวน์โหลดไฟล์ หรือว่าไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม ดังนี้โอกาสที่จะเสียขณะทำการดาวน์โหลด กับขณะ
ที่เปิดคอมพิวเตอร์ไว้เฉยๆ ก็มีเท่ากัน อายุการใช้งานท่าเดิม

ความเชื่อที่ 7 พลังงาน (กระแสไฟ) ที่ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย
ข้อ เท็จจริง : กระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอ กับกระแสไฟฟ้าถูกตัดทันทีทันใด จะไม่ก่อให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย เพราะในช่วงที่กระแสไฟไม่เพียงพอ หรือมีการตัดกระแสไฟนั้น เข็มหัวอ่านจะพักตัวโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เกิดความ เสี่ยงต่อแผ่นดิสก์
ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะมีการสร้างเซ็กเตอร์เสียได้ ที่เสียหายก็อาจเป็นความเสียหายของ OS มากกว่า

ความ เชื่อที่ 8 ระบบกำลังไฟ หรือระบบสำรองไฟที่มีราคาถูก และไม่มีคุณภาพ อาจจะบั่นทอน อายุการใช้งานของ HDD เรื่อย ๆ และทำให้ HDD ตายลงอย่างช้า ๆ
ข้อ เท็จจริง : ระบบกำลังไฟหรือระบบสำรองไฟที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน จะไม่ทำให้ HDD ตายลงอย่างช้าๆ แต่หากระบบไม่สามารถควบคุมกระแสไฟได้ จนทำให้กระแสไฟฟ้าปริมาณมากไหลทะลักสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ อาจทำให้ HDD
ตาย ในทันที ไม่ใช่ตายลงอย่างช้า ๆ แต่ถ้าไม่สามารถให้กระแสไฟเพียงพอแก่การทำงานได้ ดิสก์ก็แค่ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ หรืออาจไม่ทำงานเลย แต่ HDD จะไม่ตาย แต่ OS อาจตายหรือพิการ

ความ เชื่อที่ 9 ถ้า HDD มีการหมุนความเร็วของดิสก์แบบขึ้นๆ ลงๆ นั่นเป็นเพราะว่าระบบสำรองไฟในบางครั้งสามารถส่งกระแสไฟที่พอสำหรับการทำงาน ได้ มันจึงหมุนเร็วขึ้น แต่เมื่อมันไม่สามารถให้กระแสไฟที่เพียงพอได้ มันจึง หมุนช้าลง
ข้อเท็จจริง : ในกรณีที่กำลังไฟตกฮวบ มันจะทำให้ระบบทั้งหมดถูกตัดไฟ ชะงักการทำงาน และจะทำให้เครื่องแฮงก์ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีการหมุนของ HDD ให้เห็นอย่างแน่นอน การหมุนเร็วขึ้นหมุนลดลงของ HDD นั้น เป็นปกติที่จะทำการ
วัดขนาดของดิสก์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมในการใช้งานแต่ละครั้ง

ความเชื่อที่ 10 เสียงคลิกที่ได้ยินจาก HDD เกิดจากการพักการทำงานของหัวอ่าน
ข้อ เท็จจริง : เสียงคลิกที่ได้ยินจากการทำงานของ HDD อาจเป็นได้ทั้งเสียงการเตรียมพร้อมที่จะเขียนข้อมูล (เหมือนอย่างในความเชื่อที่ 9) หรืออาจเป็นเสียงการสะดุดของหัวอ่านบนแผ่น HDD

ความเชื่อที่ 11 เข็มหัวอ่านใช้มอเตอร์ในการทำงาน ซึ่งการทำงานของมอเตอร์นี้ อาจล้มได้หากมีการใช้งานมากเกินไป
ข้อ เท็จจริง : เข็มหัวอ่านในปัจจุบัน ไม่มีการใช้มอเตอร์ในการทำงานแต่อย่างใด ดังนั้นก็ไม่มีมอเตอร์ที่จะล้มเหลว เมื่อมีการใช้งานมากเกินไป สมัยก่อนนั้น เข็มหัวอ่านเคยใช้มอเตอร์เดินไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แต่ปัจจุบัน เข็มหัวอ่านใช้ระบบ
Voice Call Mechanism ซึ่งก็คือการใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าในการเคลื่อนหัวอ่านไปตามตำแหน่งที่ต้องการ

ความเชื่อที่ 12 การจอดพักของหัวอ่าน ทำให้มอเตอร์เข็มหัวอ่านเสื่อมเร็ว
ข้อ เท็จจริง : ก็เหมือนกับความเชื่อข้อที่ 11 นั่นคือไม่มีมอเตอร์ นอกจากนี้การจอดพักการทำงานของหัวอ่าน HDD นั้นจะมีขึ้นโดยอัตโนมัติในกรณีที่กระแสไฟถูกตัด หรือ HDD หยุดการทำงาน ดังนั้นการจอดพักนี้ ไม่ใช่กระบวนการที่มีการทำงาน
บ่อย หรือที่มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง เข็มหัวอ่านจะมีสปริงคอยควบคุมตำแหน่งของมัน เมื่อมีกระแสไฟเข็มหัวอ่านก็จะอยู่ในตำแหน่งที่มีการ ต้านแรงของสปริง และเมื่อไม่มีกระแสไฟ เข็มหัวอ่านก็จะถูกดันให้อยู่ในตำแหน่งจอดพัก ดังนั้น แม้ว่า
เข็มหัวอ่านจะมีมอเตอร์ลี้ลับนี้จริง การจอดพักของเข็มหัวอ่านก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้มอเตอร์ดังว่ามี อาการเสื่อมแต่อย่างใด

ความเชื่อที่ 13 ดิสก์จะมีการหมุนเร็วขึ้นเวลาที่มีการอ่านหรือเขียนข้อมูลเท่านั้น แต่จะหมุนลดลงเมื่อ HDD ไม่มีกิจกรรม (idle)
ข้อ เท็จจริง : แผ่นดิสก์ภายใน HDD หรือที่เรียกว่า platter นั้นมีการหมุนในความเร็วระดับเดียวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการ อ่าน เขียน หรือ พัก (idle) ยกเว้นแต่เจ้าของเครื่องใช้คำสั่งให้มีการหมุนลดลงใน ช่วง idle เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน

ความเชื่อที่ 14 การหมุนลดลงจะทำให้ลดความเค้นที่มอเตอร์ขับเคลื่อนแผ่นดิสก์ได้
ข้อ เท็จจริง : โดยปกติแล้วแผ่นดิสก์จะเริ่มหมุนตอนเครื่อง Startup และจะหมุนอยู่อย่างนั้นจน shutdown ในช่วงที่มีการหมุนอยู่นั้น ถือเป็นช่วงที่มีความเค้นสูงสุดต่อตัวมอเตอร์แล้วส่วนการรักษาความเร็วของ การหมุนให้คงที่นั้น จะใช้กำลังน้อยลงมา
หากมีการใช้คำสั่งให้แผ่นดิสก์ หมุนลดลงในช่วง Idle นั้น ทุกครั้งที่มีการเขียน หรืออ่านไฟล์ใด ๆ ก็จะต้องมีการหมุนเพื่อให้เร็วขึ้นเพื่อให้ได้ความเร็วปกติ ก่อนที่จะอ่านหรือเขียนได้ ดังนั้น ควรที่จะให้ดิสก์มีการหมุนที่ความเร็วคงที่ตลอด เพื่อลดความเค้น
ที่ตัวมอเตอร์

ความเชื่อที่ 15 การตัดกระแสไฟอย่างทันทีทันใดอาจทำให้เกิดเซ็กเตอร์เสีย
ข้อ เท็จจริง : เซ็กเตอร์เสีย หรือ bad sector นั้น ไม่ได้เกิดจากการปิดหรือการดับเครื่องอย่างทันทีทันใด แต่เมื่อสมัยก่อนนานมาแล้ว ก่อนปิดเครื่องทุกครั้ง ผู้ใช้จะต้องพักจอดหัวอ่าน HDD ก่อนที่จะสามารถปิดเครื่องได้ แต่ปัจจุบัน ระบบหัวอ่านแบบ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะทำการจอดพักตัวเองโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าถูกตัดจากระบบ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เกิดความเสี่ยงว่าจะเกิด bad sector จากกรณีการตัดกระแสไฟ

ความเชื่อที่ 16 เซ็กเตอร์เสียบางอัน เป็นเซ็กเตอร์เสียแบบเวอร์ชัวล์ (Visual) (คือเป็นที่ซอฟต์แวร์ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์) และสามารถแก้ไขได้โดยการทำฟอร์แมต HDD
ข้อเท็จจริง : เซ็กเตอร์เสียแบบเวอร์ชัวล์ (Visual) ไม่มีอยู่จริง เซ็กเตอร์ที่เสียนั้น คือเซ็กเตอร์(หรือช่องอันเป็นส่วนหนึ่งของดิสก์สำหรับการเก็บข้อมูล) ที่ไม่สามารถทำการอ่านหรือเขียนได้ เนื่องจากมีการเสียหายทางกายภาพ เช่น ถูกทำลาย หรือการ
เสื่อมลง ดังนั้นจึงไม่สามารถซ่อมแซมด้วยกระบวนการทางด้านซอฟต์แวร์ได้

ความเชื่อที่ 17 เซ็กเตอร์เสีย สามารถถูกลบได้โดยการฟอร์แมต HDD
ข้อ เท็จจริง : การฟอร์แมตในระดับต่ำ จะสามารถทดแทนเซ็กเตอร์เสียด้วยเซ็กเตอร์ดีได้ โดยอาศัยพื้นที่ว่างสำรองบน HDD อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ HDD ก็จะลดลงเนื่องจากหัวอ่านจะต้องทำการค้นหาพื้นที่สำรองบน HDD ด้วย อีกทั้งพื้นที่
สำรองบน HDD นั้นมีจำนวนจำกัด สรุปแล้ว bad sector ก็คือ สัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องบางอย่างของ HDD แม้ bad sector นั้นจะเกิดจากการชนของหัวอ่าน (crash) เพียงครั้งเดียว แต่ซากที่เหลือจากการชนครั้งนั้น
รวมทั้งหัวอ่านที่อาจได้รับความเสีย หาย อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อไปในอนาคตได้ เช่น อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนแผ่นดิสก์เพิ่มมากขึ้น หรืออาจทำให้ความเร็วในการหมุน หรือการอ่านลดลง ดังนั้นถ้ามีข้อมูลที่สำคัญที่ต้องการเก็บรักษาไว้อย่าง
มั่นคง ควรหัดทำการแบ็คอัพข้อมูล และเปลี่ยน HDD เมื่อพบว่ามีปัญหาบางอย่าง เช่น การค้นพบ bad sector เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่า HDD จะสามารถทำงานได้ต่อไป และนานๆครั้งจะพบว่าเกิด bad sector เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณบอกว่า HDD
ของคุณมันใกล้ตายแล้วครับ

Credit : Quick PC ฉบับที่ 166

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการทำก๋วยเตี๋ยวแห้งให้อร่อย

คัดลอกจาก http://pantip.com/topic/32502289

วันนี้เห็นมีน้องใน facebook คนนึงบ่นเรื่องก๋วยเตี๋ยวแห้งที่เกาะกันเป็นก้อน หาความน่ากินไม่ได้เลย ก็นึกถึงเคล็ดลับการลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวแห้ง โดยเฉพาะเส้นบะหมี่เนี่ย ถ้าจะให้อร่อย ต้องคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวที่มีน้ำมันหมูเป็นองค์ประกอบ และจะต้องใส่กากหมูเพื่อที่จะเพิ่มความฟินในการกินให้สุดๆไปเลย

จริงๆแล้วเคล็ดลับในการลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวในการทำก๋วยเตี๋ยวแห้งให้อร่อยและ ไม่เกาะตัวเป็นก้อนแป้งที่แสนแหยะนั้น ทำได้โดยคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวที่ใช้น้ำมันหมูโดยใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และมีผิวสัมผัสที่กรุบๆของกากหมูเจียวช่วยชูรสชาติเพิ่มขึ้นไปอีก...

ปกติไขมันอิ่มตัวจากไขสัตว์ซึ่งมักจะเป็น C18 หรือ Stearic acid derivative หรือน้ำมันปาล์มซึ่งมักจะเป็น C16 หรือ Palmitic acid derivative

ซึ่งก็อีกนั้นแหละ เนื่องด้วย C18 จะมีความยาวสายโซ่โมเลกุลที่มากกว่า ก็จะทำให้เกิดผลึกได้ง่าย C16 ของน้ำมันปาล์ม

ซึ่งไขมันอิ่มตัวเหล่านี้จะสามารถคลุกเส้นได้ดีกว่าการใช้ไขมันไม่อิ่มตัว (จากน้ำมันพืชส่วนใหญ่) โดยลักษณะทางโครงสร้างเคมีอยู่แล้ว

เนื่องจากไขมันที่อิ่มตัวสามารถที่จะฟอร์มผลึกแทรกในน้ำมัน โดยที่สภาวะอุณหภูมิสูงกว่าจุดหลอมเหลว ก็จะทำให้ผลึกไขมันหลอมละลายได้ และกลับตกผลึกได้อีกเมื่ออุณหภูมิลดลง ซึ่งผลึกนี้มีความสามารถในการเลื่อนไถลได้ดี จึงสามารถทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ถูกเคลือบนั้นมีสัมผัสที่ลื่นไถลได้ดี ป้องกันไม่ให้เส้นก๋วยเตี๋ยวเกาะเป็นก้อนแป้ง

ต่างจากไขมันที่ไม่อิ่มตัวที่จะไร้ผลึก และมีความสามารถในการไหลลงไปกองที่ก้นถ้วยอย่างไร้ความน่ากิน จึงทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้น้ำมันพืชอื่นๆเวลาคลุกกับเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้ว จึงมักจะได้เส้นแหยะเละและรวมตัวกันเป็นก้อน

แต่อย่างไรก็ตามไขสัตว์จะก่อผลึกที่ลื่นไถลได้ดีกว่าไขที่ได้จากน้ำมันปาล์ม (ถึงแม้จะเป็นไขมันที่อิ่มตัวเช่นกัน) จึงทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่คลุกด้วยน้ำมันหมูหรือไขวัวจึงให้สัมผัสเส้นที่ ฟูฟ่องกว่าการใช้น้ำมันปาล์ม

นอกจากนั้นการเติมเกลือเล็กน้อยในขณะที่ทำการเจียวไขสัตว์ก็จะทำให้มีอนุภาค ของเกลือมีการกระจายตัวเคลือบผิวแป้งในก๋วยเตี๋ยวและทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวมี การคายน้ำออกมามากกว่า จึงทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่คลุกนั้นมีความเหนียวมากกว่าการไม่ใช้เกลือในการ เจียวไขสัตว์ อีกทั้งทำให้เกิดรสชาติเค็มปะแล่มนิดๆช่วยชูรสชาติได้เป็นอย่างดี

แต่การใช้ไขมันอิ่มตัวที่เจียวจากไขสัตว์ใส่เกลือเล็กน้อยในการคลุกเส้น ก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ลวกเหนียว นุ่ม เด้ง อร่อยเท่านั้น...

เทคนิคในการเลือกอุณหภูมิที่ลวกเส้นก็เป็นอีกเทคนิคที่สำคัญที่จะทำให้ผิวสัมผัสของเส้นก๋วยเตี๋ยวที่จะทำเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งให้อร่อย..

วิธีการลวก ก็ควรที่จะลวกในน้ำเดือดจัดในระยะเวลาเป็นอันสั้น เพื่อทำให้เม็ดแป้งที่อยู่ในเส้นก๋วยเตี๋ยวเกิดการพองตัวเป็น Gel ภายนอก (คืออุณหภูมิที่ใช้ในการลวกต้องสูงกว่า Gelatinous point ของแป้งสูงสุด แปลเป็นภาษาชาวบ้าน ก็คือ ลวกน้ำเดือดจัดอย่างที่ว่ามาข้างบนนั้นแหละ 5555) และพอเห็นเส้นใสภายนอกแล้ว ก็ควรที่จะล้างน้ำเย็นจัด (หรือจะใช้น้ำอุณหภูมิห้องก็ไม่ว่ากันนะ) เพื่อทำให้เกิด Gel setting ที่สมบูรณ์ แล้วจึงมาผ่านน้ำร้อนซ้ำอีกครั้ง เพื่อฆ่าเชื่อโรคปนเปื้อนในน้ำเย็น 555

หลังจากนั้นก็จัดการคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวจากไขสัตว์ในปริมาณที่พอจะ เคลือบเส้นได้หมด ปรุงรสด้วยซี่อิ้วขาวแบบเกรดที่ไม่เค็มจัดให้เกิดรสอุมามิอย่างสมบูรณ์แบบ โปะเนื้อสัตว์ ลูกชิ้นตามใจชอบ ผักลวกเช่น ถั่วงอกลวก ผักกวางตุ้งลวก คะน้าลวก กระหล่ำปลีลวกตามถนัดของแต่ละคน ท้ายสุดต้องเสริม Aroma ด้วยต้นหอม ผักชี .... ว้าววววววว!!!! แจ่มซะไม่มีเลยหล่ะ

ยังไงก็ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก http://www.chingcancook.com/steps.php?id=180 ด้วยนะครับ เพราะภาพนี้ผมขโมยมา เนื่องจากว่าไม่ได้มีรูปแบบนี้ส่วนตัวเลย

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เรื่องราวของฮาจิโกะ ความรักและมิตรภาพระหว่างคนกับสุนัข

ย่านชิบูยะในประเทศญี่ปุ่น
มีรูปหล่อ สุนัขตัวหนึ่งชาวญี่ปุ่นหลายคนรู้จักมันเป็นอย่างดี
มันตัวแทนให้ ระลึกถึงความรักและมิตรภาพระหว่างคนกับสุนัข
เจ้าฮาจิโกะ(ฮาจิ โกะ)สุนัขพันธุ์อากิตะ(Akita)คือ.......ตำนานเบื้องหลังรูปปั้นนี้
เรื่อง ของ เจ้าฮาจิโกะ เกิด ขึ้นระหว่าง 10 พย.2466 ถึง 8 มีค.2496(Nov 10,1923 - March 8, 1935)
ฮาจิโกะ เป็นสุนัขสายพันธุ์อคิตะ (Akita)เกิด ที่เมืองโอดาเตะ จังหวัดอคิตะ ประเทศญี่ปุ่น
ลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1923 (2466)ในจังหวัดอากิตะ เมื่ออายุได้ เพียง 2 เดือน
เจ้าฮาจิโกะถูก ส่งตัวไปอยู่กรุงโตเกียวกับเจ้านายของมัน คือ
ศาสตราจารย์ เอซะบุโระ อุเอะโนะ
อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์
แห่งมหาวิทยาลัย อิมพีเรียล(มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน)
ศาสตราจารย์ มีความภาคภูมิใจกับเจ้าฮาจิโกะเป็นอย่างมาก
มันเป็นสุนัขอากิตะสาย พันธุ์แท้ซึ่งหาได้ยากในสมัยนั้น
เจ้าฮาจิโกะ จะคอยส่งเจ้านายถึงประตูหน้าบ้าน
จาก นั้นเมื่อถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้ว
เจ้าฮาจิโกะจะ มากระดิกหางรอพบเจ้านายของมันที่สถานีรถไฟเสมอ
เมื่อเสียงรถไฟมาถึง สถานีเจ้า ฮาจิโกะ เจ้าชะเง้อหน้ามองหานายของมัน
เมื่อเจ้านายมัน เดินออกจากประตูสถานีมันก็จะวิ่งไปหาและออดอ้อน
ศาสตราจารย์จะก้มลง กอดมันและพากันเดินกลับบ้านเป็นเช่นนี้ทุกวัน - วันแล้ววันเล่า
วัน ที่ 21 เดือนพฤษภาคม 1925 (2468)ศาสตราจารย์ อุเอะโนะ เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตก
และเสียชีวิตขณะอยู่ที่มหาวิทยาลัย
แต่ในวันนั้น....ฮาจิโกะ....ยังคงมารอ.....ที่สถานีรถไฟดั่งเช่นทุก ๆ วัน
มันไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า มันจะไม่ได้พบกับเจ้านายของมันอีกแล้ว
หลังจากการเสียชีวิตของที่ศาสตราจารย์อุเอะโนะภรรยาของเขาได้ย้ายบ้านไป
โดยนำเจ้าฮาจิโกะไปไว้กับญาติของศาสตราจารย์ที่อยู่ห่างออก
บ้านใหม่ ของ ฮาจิโกะ อยู่จากบ้านเดิมของมัน และสถานีรถไฟซิบูยะ หลายกิโลเมตร
วันที่เจ้านายต้องไปทำงานจะต้องไป ขึ้นรถไฟที่ สถานีชิบูยะ
เจ้าฮาจิโกะไม่ยอมอยู่กับเจ้านายใหม่ของมัน ทันทีที่มันหลุดออกมาได้ มันวิ่งตรงไปที่บ้านเก่า
เมื่อไม่เจอใคร มันจึงกลับไปรอที่สถานีรถไฟ เหมือนเมื่อครั้งที่เจ้านายของมันยังมีชีวิตอยู่
หลังจากนั้นทุก ๆ วันเมื่อถึงเวลา 15.00 น.
ผู้คนย่านนั้นจะเห็นเจ้า ฮาจิโกะ มานั่งอยู่ที่เดิม
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินมันก็จะหายไป
มัน ไป อาศัยหลับนอนอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานีรถไป
ไปนอนอยู่ใกล้ ๆ บ้านเก่าของมันบ้าง เพื่อเฝ้ามองดูคนในบ้านเผื่อว่าเจ้านายมันมาปรากฎตัว
คิ คุซะบุโระ โคบายาชิ อดีตคนสวนของศาสตราจารย์
ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับ สถานีรถไฟเป็นคนคอยดูแลเจ้าฮาจิโกะ
ในเวลาที่อากาศเย็นลง มันก็จะไปหลบอยู่ใต้ซากรถไฟเก่าบ้าง
เพื่ออาศัยความอบอุ่นหลับนอน
มัน รอเวลาบ่าย 3 โมงเพื่อที่จะไปรอเหมือนเช่นทุกวัน
เมื่อเสียงรถไฟมา ถึงสถานี เจ้าฮาจิโกะ ก็จะลุกลี้ลุกลนชะเง้อหน้ามองหานายของมัน
คน แล้วคนเล่า เดินผ่านมันไป.....ไม่มีเจ้านายของมัน
จนกระทั่งคนสุด ท้ายเดินผ่านไปมันจึงจะกลับไปที่อยู่ของมัน
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า ที่มันรอคอย
ผู้คนย่านนั้น มองดูมันด้วยความสงสาร
ซึ่ง ก็ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการให้อาหารแก่มัน
เรื่องราวความซื่อ สัตย์ของมัน เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะเมื่อ เรื่องราวของมัน
ถูกตีพิมพ์ลงบนหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นในปี 1932
ทำให้ผู้คนทั่วสารทิศเดินทางมาดูมาเล่นกับเจ้าฮาจิโกะ
ชาว ญี่ปุ่นได้ยกให้เจ้าฮาจิโกะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็ก ๆ อีกด้วย
ใน เดือนเมษายน 1934 อันโดะ เทะรุ ศิลปินชื่อดังจึงได้ทำรูปหล่อทองแดงของเจ้าฮาจิโกะขึ้นมาเพื่อยกย่อง
และ นำไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟชิบูยะ
การรอคอย....ของ ฮาจิโกะ ยังคงดำเนินไป....อย่าง...มีความหวัง.......
คืนวันหนึ่ง ฮาจิโกะ เกิดมีความรู้สึกบางอย่างที่พิเศษกว่าคืนอื่น ๆที่ผ่าน ๆ มา
ท่าม กลางเกร็ดหิมะ...........มันออกเดินไปนั่งคอยนายของมันที่เดิม
โดย ไม่รอให้ถึงบ่าย 3 โมงอย่างเช่นที่เคย
มันทอดสายตาไปที่ประตู ชานชลาและเฝ้ามอง
หลายชั่วโมง...........ผ่านไป............มีแต่ ความว่างเปล่า
มันรู้สึกหนาว..........................เหนื่อย ล้า.....
แต่มันก็เชื่อว่าวันนี้แหละ.................มันจะได้พบนายของมันอย่างแน่นอน
ความหนาวและเหนื่อยล้า........ทำให้มันต้อง เปลี่ยนจากท่านั่ง
มันล้มตัวลงนอนด้วยจิตใจที่กระชุ่มกระชวยกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา
มันนอนลง.........ด้วยจิตใจที่หวังว่า.........มันได้ พบนายของมันอย่างแน่นอน......เร็ว ๆ นี้
มันหลับตาลง.....ภาพความทรง จำเมื่อครั้งที่มันวิ่งไปรับเจ้านายผุดขึ้นในใจมาราวกับเป็นเรื่องจริง
มัน ยืนสองขากระกุยเจ้านาย
เจ้านายกอดมัน..........สัมผัส มัน..........อย่างที่ไม่เคย - ได้รับจากผู้ใด
มันเดินคู่ไปกับเจ้า นายเพื่อกับยังบ้านอันแสนอบอุ่น
อาบน้ำร่วมอ่างเดียวกันกับเจ้านาย
ความ อบอุ่นจากความทรงจำคลายหนาวเหน็บและความเหนื่อยล่าลงไปบ้าง
เป็น การนอนและหลับตาครั้งสุดท้าย
มันไม่ได้ลืมตาและลุกขึ้นอีกเลย
วาระ สุดท้ายแห่งการรอคอย...........มาถึงแล้ว
10 ปี.....................แห่งการอคอย
ล้มหายใจสุดท้าย.....หมดลงไป พร้อมกับ....การสิ้นสุดแห่งการรอคอย
วันที่ 8 มีนาคม 1935 (2478)
ผู้ คนที่เคยผ่านไปมาในย่านซาบูยะ
หลายคนต้อง..................หลั่ง น้ำตา
ภาพ...............ฮาจิโกะ นอนคอยเจ้านายของมันเหมือนทุก ๆ วัน เหมือนกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา.......ต่างกันตรงที่วันนี้มันไม่มีลม
หายใจแล้ว
คนที่เคย ให้อาหารแก่มัน ยังคงเตรียมอาหารมาเหมือนเช่นทุกวันแต่วันนี้ ฮาจิโกะ ไม่ลุกขึ้นมาขออาหารแล้ว
ข่าวการตายของฮาจิโกะถูกตีพิมพ์ลงบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น
ร่างของฮาจิโกะ ได้รับการเชิดชูอย่างเกียรติ
มัน ถูกนำไปเก็บรักษาเอาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ในกรุงโตเกียว
แม้ ว่าฮาจิโกะจะจากไปแล้วแต่เรื่องที่น่าสนใจจากฮาจิโกะยังคงไม่จบ
ช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้เหล็กและโลหะเป็นอย่างมาก
จน ถึงกับต้องเอารูปหล่อของเจ้าฮาจิโกะมาหลอมเลยทีเดียว
กระนั้นความ ซื่อสัตย์ของฮาจิโกะยัง คงไม่เคยถูกลืมไปจากใจชาวญี่ปุ่น
เพราะใน เวลาต่อมาได้มีการจัดทำรูปหล่อ ของฮาจิโกะขึ้นมาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 1947
ศิลปินผู้รับหน้าที่นี้ก็ คือ อันโดะ ทะเคะชิ ลูกชายของ อันโดะ เทะรุ
ผู้ที่ทำหน้าที่สร้างรูป หล่อฮาจิโกะเมื่อครั้งแรกนั้นเอง
ปัจจุบัน จุดที่รูปหล่อฮาจิโกะตั้ง อยู่นั้นได้กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของย่านชิบูยะ
ทั้งนี้นอกจากรูปหล่อที่ย่านชิบูยะแล้ว ยังคงมีรูปปั้นที่เตือนให้ระลึกถึงฮาจิโกะอยู่อีกหลายแห่ง เช่น
ที่หน้าสถานีรถไฟโอะดะเตะ ในจังหวัดอากิตะ บ้านเกิดของเจ้าฮาจิโกะ เป็นต้น
ส่วนเรื่องของเจ้าฮาจิโกะยังคงเป็นที่เล่าขานในญี่ปุ่น ถึงขนาดมีการนำไปสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ การ์ตูน และอื่น ๆ อีกมากมาย

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

[Tips Videos] เทคนิคการเก็บเงิน Cookie Run

1. [Tips] เทคนิคการเก็บเงิน Cookie Run ให้ได้ หลักหมื่น ต่อการวิ่ง ...




http://www.linkbucks.com/YwhW

 

2. [Line Cookie Run] - วิธีเก็บเงิน Silver Coins 10000+ ต่อรอบ ...

 

 

http://www.linkbucks.com/YwlK


3. cookie run เทคนิคเล่นยังไงให้ได้เงินเร็วกับคอมโบวิ่งเร็วลื่นหัวแตก ...


http://www.linkbucks.com/Ywoi







วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชาวเน็ตจีนฮือฮา ​​​นักศึกษาสาวช่วยแม่ขายน้ำอ้อยในจีนช่วงตรุษจีน สวยขั้นเทพ ถึงขั้นยกเทียบ 1 ใน 4 หญิงงามที่สุดของจีน

ชาวเน็ตฮือฮา นักศึกษาสาวช่วยแม่ขายน้ำอ้อยในจีน น่ารักสะท้านยุทธภพ



          ชาวเน็ตจีนฮือฮา ​​​นักศึกษาสาวช่วยแม่ขายน้ำอ้อยในจีนช่วงตรุษจีน สวยขั้นเทพ ถึงขั้นยกเทียบ 1 ใน 4 หญิงงามที่สุดของจีน

              เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์ china.org.cn รายงาน ว่า แม่ค้าขายน้ำอ้อยคั้นคนหนึ่ง โด่งดังบนอินเทอร์เน็ตในชั่วข้ามคืน หลังจากที่ความสวยของเธอนั้นลือลั่นไปทั่ว โดยที่เธอขายน้ำอ้อยคั้นอยู่ริมถนนเติง กังปา ในเมืองจื้อกง ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน

              แม่ ค้าขายน้ำอ้อยคนดังกล่าวมีฉายาว่า "ไซซี ขายอ้อย" ซึ่งฉายาของเธอนั้นตั้งตามนาง ไซซี ​  1 ใน 4 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีน ซึ่งเมื่อมีชาวเน็ตลองสืบว่า เธอเป็นใคร ก็พบว่าเธอเป็นนักศึกษาสถาบันการแสดงเซี่ยงไฮ้ สูง 175 เซนติเมตร และมีความสวยเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยผมยาวสลวย และเธอมักจะกลับบ้านทุกเทศกาลตรุษจีน เพื่อช่วยแม่ขายน้ำอ้อย
              เมื่อภาพของเธอนั้นปรากฏบนโลกออนไลน์ เธอก็กลายมาเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ลูกค้าบางคนถึงกับขับรถมาหลายร้อยกิโลเมตรเพียงเพื่อที่จะมาซื้อน้ำอ้อยจากเธอ อย่าง ไรก็ตาม ปฏิกิริยาเกี่ยวกับชื่อเสียงในเรื่องความงามของเธอนั้นก็ผสมกันไป บางคนออกมาวิจารณ์ว่า เธอก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากประชาสัมพันธ์ร้านเท่านั้น

              อย่าง ไรก็ตาม ด้านคุณแม่ของสาวขาย​น้ำ​อ้อย ได้ออกมาปฏิเสธคำวิจารณ์เหล่านั้นว่า ทุก ๆ วันหยุดฤดูหนาว ลูกสาวของฉันจะกลับบ้านมาช่วยครอบครัวขายน้ำอ้อย ธุรกิจของเราไปได้ดีตลอดช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ นี่ไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ร้าน เราแค่อยากจะมีชีวิตที่เป็นปกติเท่านั้น 

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เกิดหลุมยุบยักษ์ sink hole ภายในพิพิธภัณฑ์รถยนต์คอร์เวทท์แห่งชาติ รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา



เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ภายในพิพิธภัณฑ์รถยนต์คอร์เวทท์แห่งชาติ รัฐเคนทักกี สหรัฐ มีรถยนต์ถูกดูดตกลงไป 8 คัน


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองชิคาโกประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่13ก.พ.ว่า
พิพิธภัณฑ์คอร์เวทท์แห่งชาติตั้งอยู่ที่รัฐเคนทักกี สหรัฐ แถลงว่าเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์เมื่อเวลาประมาณ05.44 น.ของวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นจากบริษัทรักษาความปลอดภัยว่าเครื่อง ตรวจวัดความเคลื่อนไหวในพิพิธภัณฑ์ได้หายไปแล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จึงพบว่ามีหลุมยุบขนาดใหญ่เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์
หน่วยดับเพลิงของโบว์ลิ่งกรีน ในพื้นที่ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ได้รุดมายังที่เกิดเหตุและดูแลพื้นที่แล้ว พร้อมกับประเมินว่า มีหลุมยุบขนาด12เมตรและลึก8-9เมตร


สำหรับรถยนต์ที่หายไปในหลุมยุบ 8 คันนั้น มี2คันเป็นรุ่นคอร์เวทท์ปี 1993 ซีอาร์-1 สไปเดอร์และปี 2009ซีอาร์-1บลู เดวิลทั้งสองคันนี้ยืมมาจากบริษัทรถยนต์เจเนอรัล มอเตอร์ และที่เหลืออีก6คันเป็นของพิพิธภัณฑ์เองมีรถยนต์คอร์เวทท์ปี 1962, รถยนต์ปี 1984พีพีจี เพซคาร์, รถยนต์มิลเลียนท์คอร์เวทท์ สร้างในปี 1992, รถยนต์สร้างในปี1993ในโอกาสครบรอบ40ปีของคอร์เวทท์, รถยนต์สร้างใน ปี2001ซีโอ6คอร์เวทท์ และ 1.5มิลเลียนท์คอร์เวทท์ สร้างในปี 2009ซึ่งทั้ง 6คันนี้เป็นของพิพิธภัณฑ์

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น เพื่อผิวขาว หน้าใส สุขภาพดี

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น เพื่อผิวขาว หน้าใส สุขภาพดี

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

ข้อมูลจาก http://www.ctpcollagen2you.com ครับ

สาเหตุของความชราที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ คือ ฟรีแรดดิคอล (Free Radical) หรือ อนุมูลอิสระ ที่ เกิดขึ้นตลอดเวลาขณะที่เรามีชีวิตจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) คล้ายๆ กับการเกิดสนิมในเนื้อเหล็ก หรือการที่ปอกแอปเปิลทิ้งไว้ในอากาศ แล้วพบว่าเนื้อแอปเปิลจะมีสีดำ แต่ถ้าแช่แอปเปิลที่ปอกแล้วในน้ำ มะนาวก็จะไม่ดำ เนื่องจากวิตามินซีในน้ำมะนาวเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนตี้ออกซิแดนท์ นั่นเองสารก่ออนุมูลอิสระที่มีผลต่อร่างการเรามีอยู่ทั่วไป ทั้งในน้ำ อากาศ อาหาร ฝุ่น ควัน หรือแม้แต่แสงแดด สารมี ผงซักฟอก ซึ่ง ดร.เจฟรีย์ แบลนด์ (Jeffery Bland) นักเคมีและนักโภชนศาสตร์ พบว่า ผลกระทบที่ เกิดจากอนุมูลอิสระทำให้เกิดโรคกว่า 60 ชนิด คือ โรคภูมิแพ้ ปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม ต้อกระจก เบาหวาน ความ ดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือด ต่อมลูกหมากโต ความกระฉับของผิว ฯลฯ  ผิวขาว หน้าใส
ยังเป็นโชคดีของมนุษย์ที่อาหารในธรรมชาติ เช่น พืช ผักผลไม้ ที่เรารับประทานกันอยู่ในปัจจุบันมี พฤกษเคมี ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแดนท์ เช่น พวกวิตามิน เกลือแร่ สารเฟลโว นอยด์ ฯลฯ ที่ร่างกายต้องการ แม้ในปริมาณไม่มากนัก แต่มีความจำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ที่ ควบคุมการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งได้แก่ กลุ่มวิตามิน เช่น วิตามินเอ ซี อี ซีลีเนียม สารมีแดง คาร์โร ตินอยด์ ในพืชพักผลไม้ เช่น แครอท มะละกอ ฯลฯ  และแหล่งใหญ่ที่มีสร้างต้านอนุมูลอิสระมากอีกแหล่งหนึ่ง ก็คือ สารกลุ่มเฟลโวนอยด์ที่พบมากในเมล็ด และเปลือกขององุ่น มีสารเฟลโวนอยด์(Flavonoid) ที่เรียกว่า โปรแอนโธไซยานิดิน สารนี้เมื่อรวมตัวกันจะ อยู่ในรูปของ โอริโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน (Oligomeric proanthocyyanidin) หรือเรียกย่อๆ ว่า
OPC มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและมากกว่าวิตามินอีถึง 20 และ 50 เท่าตามลำดับ  บางทีเรียกกันว่า ซูเปอร์แอนติออกซิแดนท์ (Superantioxidant)
สารสกัดเมล็ดองุ่น หรือ OPC นี้ยังพบในเปลือกต้นมะนาว ถั่วลิสง เชอรี่ เปลือกส้ม เปลือกและเมล็ดองุ่น (สีแดงจะมีมากกว่า) ในประเทศทางยุโรป เช่น ฝรั่งเศสจะใช้สารสกัด OPC จากเมล็ดองุ่นและเปลือกต้นสนที่ อุดมด้วยวิตามินซีมาใช้เป็นยารักษาโรค และในสหรัฐอเมริกา สารสกัดจากเมล็ดองุ่นก็ติดอันดับ 1 ใน 10 ยา สมุนไพรที่ขายดีที่สุด
จากการวิจัยของ นพ.คล๊าก แฮนเซน พบว่า สารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีฤทธิ์ลดอนุมูลอิสระได้มากกว่า วิตามินซีและอี เป็นสูตรผิวขาว หน้าใส ที่น่าสนใจนอกจากนี้ ยังช่วยสร้างเสริมสารคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังแข็งแรง เพื่อผิวขาว หน้าใสและยังลดการทำ งานของเอนไซม์ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย และในระยะหลังๆ ตั้งแต่ปี 1980 พบว่า มีการใช้สารกลุ่มไบโอ เฟลโวนอยด์ที่เป็นสารสกัดเมล็ดองุ่นในการรักษาความผิดปกติของหลอดเลือดและ เส้นเลือดฝอย เส้นเลือดฝอย เปราะ และใช้รักษาเบาหวานขึ้นตาและจอประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้ คุณสมบัติในการเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ยังอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรค มะเร็ง โรคข้ออักเสบ ลดภูมแพ้จากยาต้านไวรัส ยาต้านมะเร็ง และ เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายการเลือกใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ต้องดูปริมาณของสารออกฤทธิ์ เพื่อให้ได้ผลคุ้มค่า คือ ควรมีปริมาณสาร OPC สูงประมาณ 92-95% ขนาดที่ใช้ในการรักษาสุขภาพ คือ วันละ 50-100 มิลลิกรัม แต่ในกรณีที่ใช้ บำบัดโรค ต้องใช้ขนาดสูงถึงวันละ 150-300 มิลลิกรัม
ตามปกติร่างกายของเราจะมีการเสื่อมอยู่ตลอดเวลา แต่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น พืชผัก และผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ ประมาณ 30 นาที โดยเลือกชนิดตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ เช่น เดินเร็ว แอโรบิก ฯลฯ และหลีกเหลี่ยงสารพิษ เช่น ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ อยู่ในที่มีอากาศบริสุทธิ์ ทำให้จิตใจผ่องใส ไม่เครียด ไม่ อิจฉาริษยา ฯลฯ ก็เป็นหนทางในการหลีกเลี่ยงจากอนุมูลอิสระที่ทำให้ท่านแก่ก่อนวัยอันควรได้ ซึ่งการออก กำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนอย่างเพียงพอ ร่างกายคุณจะสามารถสร้างสารต้าน อนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแดนท์ได้ ทำให้ผิวขาว หน้าใสขึ้น
แต่ถ้าคุณเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะแก่เร็ว เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทานอาหารหวาน และไขมันสูง ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย อยู่ที่แออัด ขาดสุขลักษณะ มีมลภาวะของอากาศสูง ผู้สูงอายุที่มีโรค แทรกซ้อน เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ มีระบบการย่อยอาหารไม่ดี ฯลฯ ท่านก็ควรพยายามลดปัจจัย เสี่ยงต่างๆ ข้างต้นโดยการเสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้ที่อุดมด้วย วิตามินซี อี เอ ซีลีเนียม เช่น ส้ม มะเขือเทศ แครอท มะนาว กะหล่ำปลี บร็อกโคลี่ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง ฯลน ก็จะเป็นการดีที่สุด เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ใครๆ มาว่าให้ท่านช้ำใจว่า แก่เกินวัย หรือถ้ามีความจำเป็นที่จะต้อง ใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนการตัดสินใจ เพื่อสุขภาพดี และ ผิวขาว หน้าใส อย่างที่ท่านต้องการ.

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตารางราคา ผ่อน-ดาวน์ Honda City 2014 โดย 9carthai.com


ราคา Honda City ใหม่

ราคา Honda City ฮอนด้า ซิตี้  S M/T  559,000.
ราคา Honda City ฮอนด้า ซิตี้  S A/T  599,000.
ราคา Honda City ฮอนด้า ซิตี้  V A/T  646,000.
ราคา Honda City ฮอนด้า ซิตี้  SV A/T  704,000.

ราคา Honda City ฮอนด้า ซิตี้  SV VSA A/T  718,000
ราคา Honda City CNG ฮอนด้า ซิตี้ CNG S A/T ราคา 659,000
ราคา Honda City CNG ฮอนด้า ซิตี้ CNG V A/T ราคา 706,000

รายละเอียดแต่ละรุ่น Honda City

Honda City รุ่น S M/T
- ระบบคลัทช์  (สปริงแบบแห้งแผ่นเดียว)
- ระบบเบรก (ดรัมเบรก)
- ล้อกระทะ (ฝาครอบล้อ 15 นิ้ว)
- ระบบเซ็ลทรัลล็อก
- แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด (ด้านคนขับ)
Honda City รุ่น S A/T
- ระบบคลัทช์  (ทอร์กคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบล็อกอัพ)
- ระบบเบรก (ดรัมเบรก)
- ล้อกระทะ (ฝาครอบล้อ 15 นิ้ว)
- ระบบเซ็ลทรัลล็อก
- แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด (ด้านคนขับ)
Honda City รุ่น V A/T
- ระบบคลัทช์  (ทอร์กคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบล็อกอัพ)
- ระบบเบรก (ดิสก์เบรก)
- ล้ออัลอย 15 นิ้ว
- ช่องเก็บของใต้เบาะหลัง
- ระบบเซ็ลทรัลล็อก (พร้อมสวิตซ์ควบคุมด้านคนขับ)
- แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด (ด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า)
- ช่องเก็บของหลังเบาะนั่ง (เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า)
- ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศตกแต่งโครเมียม
-  มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
Honda City รุ่น SV A/T
- ไฟตัดหมอกหน้า
- ระบบคลัทช์  (ทอร์กคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบล็อกอัพ)
- ระบบเบรก (ดิสก์เบรก)
- ล้ออัลอย 16 นิ้ว
- ปลายท่อไอเสียโครเมียม
- ช่องเก็บของใต้เบาะหลัง
- เบาะนั่งด้านหลังปรับพัน 60 : 40
- เบาะนั่งด้านหลังปรับเอนได้หนึ่งระดับ
- พนักพิงศรีษะด้านหลังปรับระดับสูง-ต่ำได้
- ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
- ระบบเซ็ลทรัลล็อก (พร้อมสวิตซ์ควบคุมด้านคนขับ)
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
- กระจกมองข้างปรับ+พับไฟฟ้า
- กระจกมองหลังแบบตัดแสง
- แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด (ด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า)
- พนักเท้าแขนด้านหน้า
- พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง
- ช่องเก็บของหลังเบาะนั่ง (เบาะนั่งคู่หน้า)
- ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศตกแต่งโครเมียม
- มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม
- ไฟอ่านแผนที่
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
- จำนวนลำโพง 6 โพง (รุ่นอื่น 4 ลำโพง)

Honda City รุ่น SV  VSA  A/T
- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (Vehicle Stability Assist: VSA) ช่วยเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง หรือขณะวิ่งบนผิวทางหยาบ หรือผิวทางลื่น ทั้ง
- จุดยึดเบาะนั่งมาตรฐานสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนนั่ง

ระบบเครื่องเสียง   (รุ่นไหน ไม่มี จะระบุด้านหลังครับ)
- เครื่องเสียงโมดูลแบบ ADVANCED AUDIO
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย  (รุ่น S M/T, S A/T ไม่มีครับ)
- ช่องเชื่อมต่อ USB
- ช่อง AUX สำหรับต่ออุปกรณ์เสริม
- ระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติ SVC ตามความเร็ว
- จำนวนลำโพง 4 โพง (รุ่น SV A/T 6 ลำโพง)
ความปลอดภัย (รุ่นไหน ไม่มี จะระบุด้านหลังครับ)
- ถุงลมคู่หน้า Dual SRS
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้
- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง 2 จุด 1 ตำแหน่ง
- ระบบล็อกประตูอัตโนมัติสัมพันธ์กับความเร็วรถ (รุ่น S M/T, S A/T ไม่มีครับ)
- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
- ระบบสัญญาณกันขโมย
- กุญแจแบบ Wave Key
- กระจกไฟฟ้านิรภัยด้านคนขับ
- คานเหล็กเสริมรับแรงกระแทกด้านข้าง
- ไฟเบรกดวงที่ 3

ที่มา: http://www.9carthai.com/

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ทดลองใช้ AIS Wifi และ 3BB Wifi ฟรีทั่วประเทศ


AIS และ 3BB ฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่
ใจดีให้ลูกค้า AIS, 1-2-call ทดลองใช้ AIS Wifi และ 3BB Wifi ฟรีทั่วประเทศ
(เครือข่ายละ 1 ชั่วโมง) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2556
ขอรับ Account ได้โดยกด *199*9# แล้วกดโทรออก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ais.co.th/Wifi